รวมความเป็นมาผู้ดูแลปาการหลัง”เซร์คิโอ รามอส”ที่พาทัพราชัน ชุดขาวประสบความสำเร็จมานักต่อนัก

ก็ได้รับข่าวเศร้ากันไปแล้วสำหรับสาวกเรอัล มาดริด และผู้ที่คลั่งไคล้ในตัว ‘เอล กัปปิตาโน่’ เมื่อเซร์คิโอ รามอส กัปตันเลือดนักสู้แห่งทัพราชัน ชุดขาว ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาจะโบกมืออำลาถิ่น ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว หลังฝ่าร้อนหนาวด้วยกันมานานกว่า 16 ปี

แนวรับวัย 35 ปีไม่สามารถตกลงข้อเสนอในตัวสัญญาใหม่ให้ลงตัวได้ทันเวลา นั่นทำให้เจ้าตัวกำลังจะปิดฉากเส้นทางการผจญภัยกับเรอัล มาดริดลง หลังผ่านช่วงซีซั่นอันโหดร้าย ไม่สามารถคว้าโทรฟี่ติดมือมาได้เลยแม้แต่ใบเดียว
โดยสโมสรเรอัล มาดริดได้ออกมาคอนเฟิร์มการแยกทางกับปราการหลังมากประสบการณ์รายนี้ ก่อนที่วันต่อมาจะจัดพิธีการอำลาสุดพิเศษอย่างเป็นทางการให้แก่รามอสพร้อมด้วยครอบครัวและประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซเข้าร่วม ซึ่งน่าเสียดายเหลือเกินที่เจ้าตัวไม่สามารถลงไปบอกลาต่อหน้าแฟนบอลที่เบอร์นาเบวได้อย่างที่ควรจะเป็นเพราะติดปัญหาเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ผมต้องเจอกับความลำบากใจที่สุดในชีวิต ช่วงชีวิตแห่งความมหัศจรรย์มันเดินมาถึงทางตันแล้ว ชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ที่ผมเคยได้พบเจอ มันจะไม่มีที่ไหนที่สามารถมอบประสบการณ์ให้ผมได้เหมือนกับที่นี่อีกแล้ว”
“ผมอาจจะเข้าใจผิดไปเอง แต่ไม่มีใครเคยบอกผมเลยว่าข้อเสนอนั้นมีกำหนดวันหมดอายุ” รามอส กล่าว “ในการพูดคุยกันครั้งล่าสุด ผมตอบไปแล้วว่าผมยอมรับข้อเสนอนั้น แต่พวกเขากลับตอบกลับมาว่าข้อเสนอนั้นมันไม่มีอีกแล้ว”

“ผมไม่เคยคิดอยากจะไปจากมาดริดเลย แต่มันก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมา สำหรับผม เรอัล มาดริดและเซร์คิโอ รามอส คือคู่ครองที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ในชีวิตเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นและนั่นคือสิ่งที่เราต้องยอมรับมัน”
“ผมจะกลับมาที่นี่ในสักวันหนึ่ง ผมมั่นใจ ผมอยากขอบคุณ เรอัล มาดริด มากๆ ผมจะเก็บคุณไว้ในใจเสมอ และผมอยากขอบคุณแฟนบอล พวกเขาโอบอุ้มผมไว้ในแขนของพวกเขามาตลอดเวลา นอกจากนั้นผมยังอยากขอกล่าวคำอำลาที่ เบอร์นาเบว และผมจะเก็บคุณไว้ในใจตลอด ขอบคุณ”
สำหรับการเดินทางอันน่าทึ่งของรามอส ย้ายมาจาก เซบีย่าตั้งแต่อายุ 19 เซ็นสัญญากับราชัน ชุดขาวเมื่อปี 2005 ก่อนลงเล่นให้ เรอัล มาดริดเกินกว่า 600 นัดด้วยหัวใจนักสู้ที่เปี่ยมล้นเกินใคร เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ชัยชนะอยู่เคียงข้างกับมาดริด ไม่สนว่าด้วยวิธีไหน และไม่สนว่าคนมากมายจะเกลียดเขาหรือไม่ ขอเพียงเขาได้มีความสุขกับแฟนๆกาลาติกอสที่เขารักเพียงเท่านั้นที่ต้องการ

ตลอดระยะเวลา 16 กับยอดทีมแห่งเมืองหลวงแดนกระทิง ปราการหลังจอมพลังได้สร้างประวัติศาสตร์สุดเกรียงไกรเล่าขานเป็นตำนาน คว้าแชมป์ร่วมกับสโมสรได้มากถึง 22 โทรฟี่ ประกอบไปด้วยลา ลีกา 5 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 สมัย, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า 4 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 4 สมัย
และเพื่อที่จะมอบเกียรติให้แก่ช่วงเวลา 16 ปีแห่งความสำเร็จของรามอส เราได้รวบรวม 16 สิ่งที่บ่งบอกถึงชายผู้เป็นเหมือนวีรบุรุษแห่งเบอร์นาเบว ชายผู้เดียวที่ถ้าเป็นตราสโมสรเรอัล มาดริดแล้ว ถึงต้องตายเขาก็จะเป็นคนแรกที่ยกมือขอทำมัน
1.เปิดตัวด้วยความพ่ายแพ้
เรอัล มาดริดเซ็นสัญญากระชากตัว รามอส มาจากเซบีย่าด้วยค่าตัว 27 ล้านยูโรเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ 2005 สร้างปรากฏการณ์ใหญ่ในช่วงนั้นกับดีลการซื้อขายกองหลังที่แพงที่สุดที่สโมสรจากแดนกระทิงเคยยอมควักเงินจ่าย
รามอสในตอนนั้นแม้ว่าจะอายุเพิ่ง 19 ปี แต่ต้องเข้ามารับความกดดันมหาศาล พร้อมกับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ สานต่อเสื้อเบอร์ 4 ของเฟอร์นันโด เอียร์โร่ อดีตกัปตันในตำนานของเรอัล มาดริด โดยรามอสสวมเสื้อแห่งความคาดหวังตัวนี้ ลงเดบิวต์ประเดิมสนามให้ราชัน ชุดขาวในเกมกับเซลต้า บีโก้ ที่เขาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงพักครึ่ง แต่โชคร้ายที่การเปิดตัวไม่ได้เป็นดั่งหวังเมื่อทีมเป็นฝ่ายพ่ายไป 3-2 คารังเบอร์นาเบว

2.สถานะการเป็นตำนานเรอัล มาดริดรอเขาอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว
จากวันที่รามอสฝากเนื้อฝากตัวเป็นสมาชิกในครอบครัวใหม่ ผ่านมาแล้ว 16 ปี แนวรับจอมบ้าเลือดลงสนามภายใต้ชุดเกราะสีขาวไปแล้วกว่า 671 นัด หรือค่าเฉลี่ยอยู่ที่ มากถึง 41.9 เกมต่อซีซั่นเลยทีเดียว และในวันที่รามอสออกมาร่ำลาทุกคนด้วยตัวเอง เขาได้ทิ้งสถิติการลงสนามให้สโมสรมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 4 เป็นรองเพียงแค่ ราอูล กอนซาเลซ (741) , อิเกร์ กาซิญาส(725) และ มาโนโล่ ซานชีส (710)
3.โทรฟี่แชมป์โคตรเยอะ!
รามอสสามารถยกโทรฟี่ในรายการระดับเมเจอร์มาชูขึ้นเหนือหัวได้ถึง 22 แชมป์ตลอดเวลาที่สร้างตำนานบนพื้นหญ้าแห่งเบอร์นาเบว ประกอบไปด้วยแชมป์หลักๆคือ ลา ลีก้าสเปน 5 สมัย, โคปาเดล เรย์ 2 สมัยและแชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 4 สมัย
ซึ่งมีเพียงแค่ ฟรานซิสโก้ เกนโต้ คนเดียวเท่านั้นที่เคยกวาดแชมป์กับสโมสรแห่งนี้มากกว่ารามอส ทำสถิติไว้ที่ 23 แชมป์ ในระหว่างช่วงปี 1950 และ 60 ซึ่งน่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสจะได้คว้าแชมป์แซงเกนโต้อีกแล้ว ซึ่งถ้าหากมีเวลาอีกสักซีซั่น ไม่แน่ว่าสถิติสูงสุดนี้อาจจะถูกเปลี่ยนมือก็เป็นได้
นอกจากนี้ยังมีเพียงแค่ ลีโอเนล เมสซี่ คนเดียวเท่านั้นในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลา ลีก้าที่สามารถเอาชนะเกมลีกสูงสุดของสเปน (383) ได้มากกว่ารามอส โดยจำนวนที่กัปตันราชันรายนี้ทำไว้นั้นเทียบเท่ากับเพื่อนร่วมทีมเก่าอย่างอิเกร์ กาซิญาส (334)

4. สถิติการทำประตูก็โคตรระห่ำ!
แม้ว่าจะตำแหน่งประจำนั้นลงเล่นเป็นกองหลัง เคยยืนทั้งแบ็คขวาและเซ็นเตอร์แบ็ค แต่ผลงานซัด 101 ประตูรวมทุกรายการสำหรับนักเตะที่มีหน้าที่ป้องกันประตูนั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว การจะหากองหลังที่ซัดเกิน 100 ประตูมันไม่ใช่เรื่องง่ายเอาซะเลย เพราะขนาดนักเตะที่เล่นในตำแหน่งกองหน้าหรือตัวรุกแล้วไม่ได้ครึ่งของสถิตินี้ก็มีถมเถไป
เซนเตอร์แบ็คสุดคูล คือหนึ่งใน 22 คนบนทำเนียบนักเตะมาดริดที่สามารถซัดเกิน 100 ประตู โดยที่ 74 ประตูในลา ลีก้าของรามอส ทำให้เขาเป็นกองหลังดาวซัลโวอันดับ 2 ตลอดกาลรองจากรุ่นพี่อย่าง เอียร์โร่ (105)
5. ‘คิง ออฟ ยุโรป’
รามอสมีชื่อเป็นผู้ทำประตูในเกมนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกถึงสองหน (2014 และ 2016) และเป็นกองหลังคนเดียวที่พาตัวเองไปอยู่ในโมเมนต์ดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้เข้าไปเป็น 1 ใน 4 นักเตะที่สามารถยิงได้มากกว่า 1 ประตูในเกมนัดชิงบิ๊กเอียร์รวมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (3) , แกเร็ธ เบล(3), และราอูล (2) และถ้าหากนับรวมทุกรอบที่ลงเล่น รามอสยิงไปทิ้งสิ้น 15 ประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำสถิติเข้ามาเป็นอันดับ 9 จากบรรดานักเตะทุกคนของมาดริดที่เคยทำไว้ในประวัติศาตร์
6.ทำถ้วยแชมป์หล่นไปอยู่ใต้ท้องรถ!
รู้กันดีว่าระดับรามอสนี่ประสบการณ์ต้องโชกโชน ยกถ้วยแชมป์จนเป็นเรื่องถนัดมือไปแล้ว แต่เปล่าเลย! มันไม่ได้การันตีว่าเขาจะไม่ทำพลาด หากใครยังจำได้ ย้อนกลับเมื่อปี 2011 เซร์คิโอ รามอส พลาดทำถ้วยแชมป์โคปา เดล เรย์หลุดมือตกลงมาจากหลังคารถบัสซึ่งใช้ในขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ที่กำลังเดินทางไปมอบความสุขให้กับแฟนๆทั่วเมืองหลวง จนรถได้แล่นทับโทรฟี่บอลถ้วยดังกล่าวม้วนเข้าไปอยู่ข้างใต้ตามที่เห็นในคลิป ลำบากเจ้าหน้าที่ต้องรีบปรี่เข้าไปนำโทรฟี่อันทรงเกียรติออกมาพ้นอันตราย

7.ยึดตัวหลักทีมชาติสเปนอย่างเหนี่ยวแน่นไม่เคยหลุด

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่กับเส้นทางในสโมสรถูกต่อยอดมาถึงเวทีทีมชาติ หลังจากมีโอกาสได้ประเดิมสนามกับทีมชาติสเปนชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 16 ปี ถึงตอนนี้รามอสลงเล่นในสีเสื้อของตัวแทนประเทศบ้านเกิดไปแล้วถึง 180 นัด สร้างสถิติใหญ่อีกครั้งด้วยการเป็นนักเตะจากทวีปยุโรปที่ลงเล่นทีมชาติด้วยจำนวนนัดที่มากที่สุด ครองอันดับ 4 ร่วมจากทั้งหมด เป็นรอง “ไอ้หน้าผี” โช ชิน อัน ตำนานทีมชาติมาเลเซียที่รับใช้ทัพเสือเหลืองถล่มทลายถึง 224 นัดระหว่างช่วงปี 1969 ถึง 1984

8.ปาเนนก้าสายโปร

นอกจากจะพิสูจน์ตัวเองเป็นกำแพงหินสุดแกร่งในแผงแนวรับแล้ว รามอสยังถล่มประตูในนามทีมชาติสเปนไปถึง 23 ลูก รับเหมาสังหารณ์จุดโทษด้วยลูกเก่งที่ทำประจำคือ ก้าวเท้าขึ้นไปพร้อมยิงด้วยท่าทีขึงขังมันใจ ก่อนจะปิดบัญชีด้วยสกิลลูกชิพปาเนนก้าเข้าประตูไปแบบนิ่มๆที่เราเห็นกันบ่อยจนชินตา

กัปตันทีมชาติสเปนรับหน้าที่สังหารณ์จุดโทษในเวลาให้ทัพ ลาโรฆาทั้งหมด 12 หนไม่รวมดวลจุดโทษตัดสินเกม พลาดไปทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยสองครั้งหลังสุดเกิดขึ้นในเกมเดียวกัน กับแมตช์พบสวิตเซอร์แลนด์ในเนชั่นส์ ลีกปีที่แล้ว ไม่รู้ว่าขาดความมั่นใจไปดื้อๆ หรือไปโดนอะไรมาถึงยิงติดเซฟยาน ซอมเมอร์ถึง 2 ครั้งในคืนเดียว เบรกสถิติการสังหารณ์จุดโทษไม่พลาดเลยของตัวเองไว้ที่ 2 ปี

9.ปีแห่งความเงียบเหงา สโมสรก็มือเปล่า ยูโร 2020 ยังมาตกรถอีก

เซร์คิโอ รามอสถูก หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือลา โลฆาเมินพาขึ้นรถไปลุยศึกยูโร 2020 เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและแฮมสตริงติดตัวอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว และนั่นหมายความว่านี่เป็นทัวร์นาเม้นแรกเลยที่ทีมชาติสเปนยกพลบู๊การแข่งขันในระดับรายการเมเจอร์โดยที่ไม่มีเงานักเตะจากเรอัล มาดริดเข้ามาร่วมด้วยแม้แต่คนเดียว

10.ใบแดงนี่ของชอบ!

ไม่ว่ารามอสจะถูกชื่นชมและยกย่องในเรื่องของสามารถมากแค่ไหน แต่จุดอ่อนของเขากลับอยู่ที่ความอารมณ์ร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากความบ้าเลือดอยากที่จะเอาชนะ พร้อมทำลายศัตรูทุกรูปแบบที่ขวางหน้า หรือใครก็ตามที่มีเรื่องมีราวกับเพื่อนร่วมทีม ก็จะมีกัปตันคนนี้แหละปรี่ตัวเข้าไปเป็นสายบวกพร้อมปกป้องคนของเขาอย่างไม่เคยหวั่น

แน่นอนว่าความดุดันและเด็ดขาดของรามอสทำให้เขาสะสมใบเหลืองไปมากถึง 173 ใบและใบแดงอีก 20 ใบ ซึ่งมากกว่านักเตะทุกคนในประวัติศาสตร์ 92 ปีของลา ลีก้า และตลอดการเป็นแข้งอาชีพ จนถึงวันนี้รามอสโดนไล่ออกจากสนามไปแล้วทั้งสิ้น 26 ครั้ง แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับเจ้าของสถิติโลกใบแดง 46 ใบอย่าง เคราร์ด เบโดย่า กองหลังชาวโคลัมเบียตลอดช่วงปี 1995-2015

11. ในวันที่ทั้งโลกประณามเขาว่าไม่ได้จงใจเล่นบอลแต่ลงมาเล่นมวยปล้ำ

หนึ่งในเหตุการณ์ที่หลายคนมองรามอสเปลี่ยนไป หรือพูดตรงๆคือโมเมนต์แห่งการเพิ่มพูนความเกลียดชัง เกิดขึ้นในช่วงครึ่งทางของครึ่งแรกเกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับลิเวอร์พูลเมื่อปี 2018

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ถูกรามอสหนีบแขนและเบียดจนล้ม ทำให้บาดเจ็บไหล่จนไม่สามารถเล่นต่อได้ พร้อมกับดวงแตกถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ครึ่งแรกทั้งน้ำตาที่อาบลงสองแก้ม ซึ่งแฟนบอลมองว่าเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ทำให้หงส์แดงต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 1-3 โดยที่รามอสก็รอดพ้นโทษมาถึงทุกวันนี้ แถมยังได้ฉลองแชมป์อย่างชื่นมื่น

ทั้งนี้ทางรามอสก็ยืนยันไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายปีกทีมชาติอียิปต์แต่อย่างใด “ผมไม่เคยต้องการจะทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพในสนาม ดังนั้นมโนธรรมของผมมีความชัดเจนมากเกี่ยวกับสิ่งที่ผมทำในคืนนั้น”

12. ห่ำหั่นกับลีโอเนล เมสซี่จนเป็นมวยคู่เอก

ทั้งลีโอเนล เมสซี่และเซร์คิโอ รามอส ต่างเป็นสีสันให้กับเกมเอล กลาซิโก้ มาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเจอกันครั้งไหนก็จะเป็นการปะทะกันระหว่างนักเตะสองคนที่มีใจมุ่งมั่นอยากจะเหยียบอีกฝ่ายให้จมดินไปข้าง ทั้งเตะทั้งตุกติกทั้งแถมมาครบ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 เกมระหว่างเรอัล มาดริดและบาร์เซโลน่า เป็นราชัน ชุดขาวที่ตามหลังเจ้าบุญทุ่มห่างถึง 5-0 คืนดังกล่าวเป็นวันเฉิดฉายของลีโอเนล เมสซี่ วิ่งป่วนเล่นงานนักเตะมาดริดจนหมดสภาพ โดยเฉพาะแนวรับที่โดนแข้งต่างดาวฉีกจนขาดรุ่ย

รามอสเห็นท่าไม่ดี หาวิธีในการหยุดเมสซี่ไม่ได้ เลยตัดสินใจที่จะสวมวิญญาณรถถัง จิตรเมืองนนท์ ไล่หวดข้อเท้าลีโอเนล เมสซี่จากข้างหลัง แม้จะโดนใบเหลืองไปแล้วจากจังหวะก่อนหน้านี้ แต่การเล่นนอกเกมในตอนนั้นก็รุนแรงพอที่จะส่งเขาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 92 ของเกมท่ามกลางเสียงโห่ลั่นสนามคัมป์ นู

13.งานวิวาห์ยอดเยี่ยมแห่งปี

ห่างออกมาจากสนามหญ้า รามอสกลับเป็นคนที่สุขุมเอามากๆ เขาใช้เวลาว่างที่นอกเหนือจากการเล่นฟุตบอลไปกับการมอบเวลาให้ครอบครัว ทั้งกับภรรยาและกับลูกๆที่บ้าน ยอดกองหลังเรอัล มาดริดแต่งงานกับ พิลาร์ รูบิโอ้ นางแบบและพิธีกรโทรทัศน์ อีกทั้งเธอยังมีดีกรีได้รับโหวตให้เป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกโดยนิตยสาร FHM ของสเปนเมื่อปี 2008 และ 2009 อีกด้วย

งานวิวาห์ของรามอสและรูบิโอ้จัดขึ้นเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ท่ามกลางลิสต์ชื่อแขกรับเชิญในงานที่อลังการณ์จนต้องร้องว้าว เพราะคับคั่งไปด้วยคนมีอิทธิพลในวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น เดวิด เบ็คแฮม , โรแบร์โต้ คาร์ลอส ,ลูก้า โมดริช หรือแม้กระทั่งนักเตะบาร์เซโลน่าบางรายอย่างเซร์คิโอ บุสเก็ตและจอร์ดี้ อัลบา ก็ไม่พลาดที่จะเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี

ทั้งอาหาร & เครื่องดื่มราคาแพง เชิดมังกร วงดนตรีสวีดิช แดนซ์ฟลอร์ และปาร์ตี้สุดเหวี่ยง ครบจบในงานแต่งของรามอสที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมราคา จนซานติ การ์ซอล่า หนึ่งในผู้ร่วมงานและอดีตเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนถึงกับเอ่ยชมว่า “มันใหญ่มาก! งานมันใหญ่กว่าหมู่บ้านของผมอีก ผมเดินหลงวนๆ อยู่ตั้ง 2-3 รอบแหนะ”

14.การขี่ม้าคือสิ่งที่โปรดปราน

อีกหนึ่งสิ่งที่รามอสโปรดปรานพอๆกับการเอาชนะคู่แข่งในสนามนั่นคือรักที่เขามีให้ต่อม้า คลั่งไคล้ถึงขั้นที่ลงทุนเปิดฟาร์มของตัวเองตั้งอยู่ในอันดาลูเซียภายใต้ชื่อ SR4 โดยโปรเจคดังกล่าวถูกเนรตมิตขึ้นเมื่อปี 2018 เมื่อเจ้า Yucatan de Ramos ได้รับรางวัลชนะเลิศในงาน SICAB (Salon Internacional del Caballo) ซึ่งเป็นงานเวิลด์ แฟร์ที่ถูกจัดขึ้นในเมืองบ้านเกิดของเขาที่เซบีย่า

15.ฟิตเนสกูรูก็เป็นนะ

หากใครที่ติดตามส่องอินสตาแกรมของรามอสเป็นประจำ จะรับรู้อยู่แล้วว่าเจ้าตัวนั้นเป็นคนที่ให้ความสำคัญและซีเรียสต่อการรักษาสภาพร่างกายมาก บ่อยครั้งที่เราจะเห็นแนวรับราชันโชว์บอดี้สุดลีนบวกกับกิจวัตรการออกกำลังกายอันเข้มข้น

ไม่เว้นแม้แต่ช่วงที่ติดโควิดและหมอให้กักตัวอยู่บ้านปราการหลังกระทิงดุที่ปกติมีนิสัยบ้าเลือดและระเบียบวินัยสูงอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองต้องจมอยู่กับโชคชะตาที่ไม่เข้าข้าง ออกมาโพสต์คลิปออกกำลังกายท่า Deadlift พร้อมแคปชั่นว่า “โคโรน่ามันคือใคร? เราจะกลับมาอย่างแข็งแกร่ง และอย่าให้ใครมากังขาเรื่องนี้ได้”

16.ศิลปะบนเรือนรางคือสเน่ห์ของเขา

ใครก็ตามที่เคยชมภาพหรือดูคลิปวิดิโอที่รามอสออกมาถอดเสื้อออกกำลังกายโชว์ระดับความฟิต คงเห็นแล้วว่าแพสชั่นและความหลงใหลที่เขามีต่อรายสักมันมหาศาลขนาดไหน ผิวหนังแทบจะทั่วร่างของแนวรับวัย 35 กระรัตถูกปกคลุมไปด้วยรอยสักที่งดงามหลากหลาย และล้วนแต่มีเรื่องราวมาจากประสบการณ์ที่นำพาเขาไปเดินทางพบเจอไม่ว่าจะเป็นราชสีห์คำราม , โทรฟี่ต่างๆที่เขาคว้ามาเชยชม หรือการระลึกถึงศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังอย่าง แบงก์ซี และ ซัลวาดอร์ ดาลี ศิลปินเอกชื่อดังระดับโลกชาวสเปน

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

มาจับตากัน 5 ดาวรุ่งในศึกยูโร 2020

ถือเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว สำหรับการแจ้งเกิดของเหล่าดาวรุ่งในทัวนาเมนต์ระดับเมเจอร์

เชื่อได้เลยว่าศึกยูโรหนนี้ย่อมมีแข้งดาวรุ่งหลายรายแจ้งเกิดขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลอย่างแน่นอน

ซึ่งถ้านับจนถึงตอนนี้ถือได้ว่ามีหลายคนที่ทำผลงานเข้าตา และมีโอกาสโด่งดังกลายเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์หลังจบทัวนาเมนต์อีกด้วย

ดังนั้นเราจึงขอนำเสนอ 5 ดาวรุ่งที่มีโอกาสกลายเป็นแข้งซุปตาร์หลังจบศึกยูโร 2020

เดนเซล ดุมฟรีส์

ทีมชาติฮอลแลนด์ / สโมสร : พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น

เจ้าของตำแหน่งวิงแบ็คขวาตัวจริงทัพอัศวินสีส้มซัดไปแล้ว 2 ประตูใส่ ยูเครน และ ออสเตรีย

ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่น โดยเฉพาะเกมรุก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เขาอาจจะถูกยักษ์ใหญ่ในยุโรปล่าตัวไปร่วมทีมทันทีหลังจบศึกยูโรหนนี้

นิโคโล่ บาเรลล่า

ทีมชาติอิตาลี / สโมสร : อินเตอร์ มิลาน

มิดฟิลด์จอมขยันจากงูใหญ่ถือเป็นแข้งคนสำคัญที่คอยขับเคลื่อนเกมในแดนกลางของทัพอัซซูร์รี่

ส่งผลให้ทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ โชว์ฟอร์มสุดน่ายำเกรงในรอบแรก พร้อมสถาปนาตนเองกลายมาเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์

และหาก บาเรลล่า ยังคงรักษาฟอร์มเก่งไว้ได้ต่อไปเรื่อย ๆ รับรองซัมเมอร์นี้เขาเนื้อหอมอย่างแน่นอน!

เมสัน เมาน์ท

ทีมชาติอังกฤษ / สโมสร : เชลซี

ทัพสิงโตคำรามเริ่มต้นได้ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเกมที่เสมอสก็อตแลนด์ 0-0 ซึ่งพวกเขาถูกวิจารณ์อย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ผลงานส่วนตัวของเมาน์ท ยังคงถือว่าอยู่ในฟอร์มที่ดีใช้ได้ และด้วยพัฒนาการที่ต่อเนื่องมาจากสโมสร

มันน่าจะช่วยให้เขาทำผลงานกับทีมชาติได้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะกลายเป็นดาวเตะชื่อดังอย่างเต็มตัว

ยูริ ตีเลอมันส์

ทีมชาติเบลเยี่ยม / สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้

ออกสตาร์ททัวนาเมนต์ให้กับทีมชาติด้วยการยืนเป็นตัวจริงในสองเกมแรก พร้อมกับทำผลงานได้น่าประทับใจ

แม้ภายในทีมจะเต็มไปด้วยแข้งรุ่นพี่ระดับซูเปอสตาร์ ทว่า ตีเลอมันส์ ก็สามารถประสานงานได้อย่างกลมกลืน

จึงไม่แปลกที่เขาจะตกเป็นข่าวกับเหล่าทีมยักษ์ใหญ่ ซึ่งเผลอ ๆ หลังจบยูโร ตีเลอมันส์ อาจจะเนื้อหอมขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวก็เป็นได้

เปดรี้

ทีมชาติสเปน / สโมสร : บาร์เซโลน่า

เจ้าหนู “เปดรี้” ติดธงกระทิงดุมาลุยศึกยูโร 2020 ด้วยวัยเพียง 18 ปี เท่านั้นไม่พอเขายังสามารถสอดแทรกลงเป็นตัวจริงได้แล้ว

แม้ว่าสเปนจะยังโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยเข้าตากรรมการสักเท่าไหร่ (เสมอ 2 เกมรวด)

แต่สำหรับ เปดรี้ ถือว่าเขาสอบผ่านฉลุย และเตรียมขึ้นแท่นเป็นแข้งซุปตาร์ในเร็ว ๆ นี้ได้เลย

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

เด็กป๋ากี้เอง..แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรอด มีใครมาดูกันกับเด็ก”เฟอร์กี้”ที่มาเป็นกุญซือ

เวย์น รูนี่ย์ กลายเป็นอดีตนักเตะปีศาจแดงคนล่าสุดภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ประกาศแขวนสตั๊ดและผันตัวไปเป็นผู้จัดการทีม

สโมสรสุดท้ายที่เขาค้าแข้งคือดาร์บี้ เคาน์ตี้ และเขาก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดกับต้นสังกัดพร้อมกับขึ้นเป็นผู้จัดการทีมอย่างถาวร หลังรับงานขัดตาทัพตั้งแต่ที่ ฟิลิป โคคู ถูกไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ที่ผ่านมามีลูกศิษย์ของ ‘เฟอร์กี้’ มากมายที่ตัดสินใจรับงานกุนซือซึ่งมีทั้งรุ่งและไม่รุ่ง แต่จะมีใครบ้างนั้น เรามาดูกัน…


ไบรอัน ร็อบสัน

ในปี 1994 อดีตกัปตันทีมปีศาจแดงก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีมมิดเดิลสโบรห์

สามปีถัดมาเขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดและมุ่งสมาธิไปยังการคุมทีมแต่เพียงอย่างเดียว

เขาพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกในปี 1995 และเปลี่ยนโฉมของทีมไปอีกระดับด้วยการดึงดาวดังอย่าง ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ เข้ามา

อย่างไรก็ตาม เขาทำได้เพียงแค่ ‘เกือบ’ ประสบความสำเร็จด้วยความผิดหวังในนัดชิงฟุตบอลถ้วยสองครั้ง (แพ้เลสเตอร์ในโคคา-โคล่า คัพ และแพ้เชลซีในเอฟเอ คัพ)

หลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่งในปี 2001 ‘ร็อบโบ้’ ระหกระเหินไปทั่วทั้งแบรดฟอร์ด ซิตี้, เวสต์ บรอมวิช, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และแม้กระทั่งกุนซือทีมชาติไทย แต่ทุกครั้งเขาก็ล้มเหลวทั้งหมด

ปัจจุบันเขาไม่ได้รับงานกุนซือใด ๆ ตั้งแต่ปี 2011


สตีฟ บรูซ

หลังจากบ่มเพาะวิชาคุมทีมจากเซอร์ อเล็กซ์ด้วยการเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาดูน่าจะไปรุ่งที่สุดในฐานะกุนซือหลังพาปีศาจแดงประสบความสำเร็จในฐานะกัปตันทีม

อดีตปราการหลังปีศาจแดงรับงานกุนซือเต็มตัวในปี 1998 และได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือมาแล้วถึง 11 ครั้งจวบจนถึงปัจจุบัน

ทีมที่เขาคุมนานที่สุดคือเบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ ที่เขาพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นบนลีกสูงสุดเมื่อปี 2007

บรูซทำได้แบบเดียวกันกับฮัลล์ ซิตี้ในปี 2013 ก่อนที่อีกหนึ่งปีถัดมาเขาจะพาทีมเข้าถึงรอบชิงเอฟเอ คัพ แต่ก็ต้องแพ้ให้กับอาร์เซน่อล

ปัจจุบันกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด บรูซกำลังเก้าอี้ร้อนจากผลงานที่ไม่สู้ดีนักในพรีเมียร์ลีก


รอย คีน

ถึงแม้เขาจะมีบุคลิกที่เหมาะสมกับความเป็นผู้นำของทีม แต่เขากลับไม่ประสบความสำเร็จในฐานะผู้จัดการทีม

ทุกอย่างเริ่มจะไปได้สวยในการรับงานคุมทีมซันเดอร์แลนด์ด้วยการพาทีมเลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพเมื่อปี 2007

แต่ในฤดูกาลถัดมา เขากลายเป็นคนที่ทำให้ต้นสังกัดเป็นหนึ่งในทีมที่มีคะแนนสะสมน้อยที่สุดหลังจบฤดูกาล โดยเฉพาะเกมที่บุกไปแพ้เอฟเวอร์ตันแบบหมดรูป 7-1

หลังจากเริ่มฤดูกาล 2008/09 ได้อย่างย่ำแย่ คีนประกาศลงจากตำแหน่งกุนซือพร้อมทีมที่ต้องตกชั้น

หลังจากนั้นเขาสัมผัสงานคุมทีมอีกครั้งกับอิปสวิช ทาวน์ แต่ด้วผลงานที่ไม่แน่นอนทำให้เขาต้องถูกไล่ออกอีกครั้งในปี 2011


โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

‘เพชรฆาตหน้าทารก’ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดในบ้านเกิดกับสโมสรโมลด์ระหว่างปี 2011-2014

แต่เขากลับต้องตกต่ำอย่างหนักในการคุมทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้เมื่อปี 2014 ที่พวกเขาต้องตกชั้นหลังจบฤดูกาลในฐานะทีมอันดับสุดท้าย

และหลังจากเข้ามารับงานได้เพียง 9 เดือน เขาก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง

ถึงแม้จะถูกเรียกตัวมาหลายครั้ง แต่ในที่สุดโซลชาร์ก็พาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับขึ้นเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จในรอบ 7 ปีหลังเข้ารับงานคุมทีมถาวรเมื่อปี 2018

เขาจะพาอดีตต้นสังกัดไปถึงฝั่งฝันในฤดูกาลนี้ได้หรือไม่ นั่นเป็นเรื่องของอนาคตที่จะต้องติดตามต่อไป


มาร์ค ฮิวจ์ส

งานแรกของเขาในฐานะผู้จัดการทีมคือทีมชาติเวลส์ระหว่างปี 1999-2004 แต่ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ในรอบคัดเลือกยูโร 2004 ที่แพ้ให้กับรัสเซียในรอบเพลย์ออฟ

หลังจากนั้นเขาทำผลงานได้น่าประทับใจกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่ช่วยให้สโมสรรอดจากการตกชั้นและเข้าไปเล่นเอฟเอ คัพถึงรอบรองชนะเลิศ

ฤดูกาลถัดมาพวกเขาจบอันดับที่หกในตารางและฮิวจ์สได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการทีมปากจัด ที่พูดปลุกใจลูกทีมได้อย่างยอดเยี่ยม

ในปี 2008 เขาได้รับงานใหญ่ในการคุมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ช่วงกำลังไขว่คว้าความสำเร็จ แต่ก็ถูกปลดในปีถัดมา

ตามมาด้วยการคุมฟูแล่มในช่วงสั้น ๆ ต่อด้วยผลงานที่น่าผิดหวังกับควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส

ฮิวจ์สได้คุมสโต๊คระยะยาวถึง 5 ปีก่อนจะถูกปลดในปี 2018 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เขาตกงานกับเซาแธมป์ตันหลังคุมทีมได้เพียง 27 นัด


พอล อินซ์

อินซ์ส่งสัญญาณเป็นผู้จัดการทีมที่ดีกับเอ็มเค ดอนส์ในฤดูกาล 2007/08 ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ Football League (ฟุตบอลถ้วยระหว่างทีมจากลีก วันและลีก ทู) โดยเอาชนะกริมสบี้ ทาวน์ไป 2-0

หลังจากนั้นเขาพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นบนลีก วันในฐานะแชมป์ลีก ทู ก่อนจะตัดสินใจรับงานกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์สในช่วงสั้น ๆ และกลายเป็นผู้จัดการทีมผิวดำชาวอังกฤษคนแรกที่ได้คุมทีมบนพรีเมียร์ลีก

แต่หลังจากพาทีมคว้าชัยชนะเพียง 3 จาก 17 นัด เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งก่อนถึงช่วงคริสต์มาส

เขาต้องซมซานกลับมาคุมทีมเอ็มเค ดอนส์อีกครั้งซึ่งคราวนี้เขาไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนเคยอีกต่อไป

ปีถัดมาเขารับงานที่น็อตส์ เคาน์ตี้ ก่อนจะพาทีมแพ้ 9 นัดติดต่อกันและถูกปลดในเวลาต่อมา

สโมสรสุดท้ายที่เขาคุมทีมคือแบล็คพูล และก็เช่นเคยเขาอยู่คุมทีมได้เพียงฤดูกาลเดียวก่อนถูกปลดออกจากตำแหน่ง


แกรี่ เนวิลล์

อดีตกัปตันทีมปีศาจแดง แกรี่ เนวิลล์ คือผู้จัดการทีมที่เจอกับบาดแผลฉกรรจ์จนทำให้ไม่สามารถกลับมาคุมทีมได้อีก

อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษได้รับการแต่งตั้งเป็นกุนซือทีมบาเลนเซียในปี 2015 โดยมีน้องชายอย่าง ฟิล เนวิลล์ เป็นผู้ช่วย

แต่บาเลนเซียต้องตกรอบน็อคเอาต์แชมเปี้ยนส์ลีก, แพ้บาร์เซโลน่าหมดรูป 7-0 และทำสถิติไม่ชนะใคร 9 นัดติดต่อกัน

ในเกมยูโรป้า ลีกพวกเขาต้องเจอกับคู่ปรับร่วมลีกอย่างแอธเลติก บิลเบา และในเกมดังกล่าวทำให้เนวิลล์ต้องถูกไล่ออกหลังประท้วงประตูของคู่แข่งจนทำให้พวกเขาต้องกระเด็นตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

เนวิลล์ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังเข้ามาคุมทีมเพียง 16 นัดโดยคว้าชัยชนะเพียงแค่ 3 นัด


ฟิล เนวิลล์

การเข้ามารับบทบาทผู้จัดการทีมขัดตาทัพของซัลฟอร์ด ซิตี้ ถือเป็นงานแรกในฐานะกุนซือเมื่อปี 2015

แต่งานคุมทีมชาติอังกฤษหญิงถือเป็นงานที่จริงจังที่สุดของเขา ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งหลังจากสัญญาปัจจุบันหมดลงในปี 2021

ด้วยผลงานที่ย่ำแย่แพ้ 7 จาก 11 นัด ซึ่งแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 ทำให้เนวิลล์ต้องพิจารณาตัวเอง

ปัจจุบันเขาได้รับการติดต่อจากเพื่อนรักอย่าง เดวิด เบ็คแฮ่ม ให้เข้ามาคุมทีมอินเตอร์ ไมอามี่ และเจ้าตัวก็เซ็นสัญญาไปแล้วเรียบร้อยเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2021 ที่ผ่านมา


ไรอัน กิ๊กส์

ปี 2014 กิ๊กส์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบบขัดตาทัพแทนที่ของ เดวิด มอยส์ ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

เขามีโอกาสคุมทีมทั้งหมด 4 นัดก่อนจบฤดูกาลโดยชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 จนได้ หลุยส์ ฟาน กาล เข้ามารับงานเต็มตัว ผลักให้กิ๊กส์ถอยไปรับบทบาทผู้ช่วยมือขวา

ในปี 2018 เขารับงานคุมทีมชาติเวลส์เต็มตัวแทนที่ของ คริส โคลแมน และเขาก็พาทีมผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยูโร 2021 รอบสุดท้ายได้สำเร็จ

หลังจากนั้นเวลส์ทำผลงานได้ดีต่อเนื่องด้วยการเลื่อนชั้นมาเล่นในเนชั่นส์ ลีกเอในฐานะแชมป์กลุ่ม 4 ของเนชั่นส์ ลีกบี

อย่างไรก็ตามการทำหน้าที่ของเขาต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากเจ้าตัวติดคดีทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาว เคท เกรวิลล์


ลอร็องต์ บล็องก์

หากจะนับเพียงความสำเร็จ เหล่าบรรดาผู้จัดการทีมทั้งหมดที่เคยอยู่ภายใต้บารมีของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คงจะไม่มีใครคว้าแชมป์ได้มากกว่า ลอร็องต์ บล็องก์

เจ้าของแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสในฐานะนักเตะ เขาพาบอร์กโดซ์คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในปี 2009 ก่อนจะคว้าแชมป์ลีก เอิงสามปีซ้อนกับปารีส แซงต์-แชร์กแมงระหว่างปี 2013-16

ระหว่างปี 2009-13 เขาเคยชิมลางกุนซือทีมชาติฝรั่งเศส ก่อนจะต้องลงจากตำแหน่งหลังคุมทีมเพียงสองปีหลังพ่ายสเปน 2-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศยูโร 2012

หลังหมดวาระกับเปแอสเช เขาใช้เวลาพักผ่อนซักระยะหนึ่งก่อนจะตัดสินใจรับงานคุมทีมจากกาตาร์อย่าง อัล-รายยัน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

กำลังเป็นกระแส : ชม 5 เหตุผลกระทบจาก ยูโรเปียน ซูเปอร์ ลีก ที่มีต่อวงการลูกหนัง

ยูโรเปียน ซูเปอร์ ลีก นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการลูกหนัง บรรดายักษ์ใหญ่ต่างร่วมมือกันเพื่อหาทางรอดวิกฤตการเงินหลังจากโดนโควิด-19 เล่นงาน แต่นั่นมันไม่ได้ส่งผลดีต่อโลกลูกหนังสักเท่าไหร่

5. ความสวยงามของฟุตบอลกำลังจะหายไป

Leicester City won the Premier League beating all odds

การที่ฟุตบอลได้กลายเป็นกีฬาที่คนทั้งโลกต่างให้ความสนใจเพราะมันคือเกมที่เรื่องราวเกิดคาดและปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอทุกเวลา

หลายคนคงจำเหตุการณ์ราวกับเทพนิยายที่ทีมอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์ลีกสุดหินอย่าง พรีเมียร์ ลีก ได้ทั้งๆ ที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นพวกเขายังเป็นเพียงทีมหนีตกชั้นเท่านั้นเอง

การประกาศจัดตั้ง ซูเปอร์ ลีก เกิดขึ้นภายหลัง อาร์เซน่อล เสมอกับทีมอันดับ 18 ของตาราง และ ยูเวนตุส พ่ายให้กับ อตาลันต้า 0-1 เพียงไม่กี่ชั่วโมงซึ่งนี่คือสิ่งที่ยืนยันถึงความไม่แน่นอนในการแข่งขันที่ทีมเล็กสามารถเอาชนะทีมใหญ่ได้เสมอ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อทีมใหญ่ต้องฟัดกับทีมใหญ่เสมอความตื่นเต้นตรงนี้มันก็จะหายไป

4. ไร้ความท้าทายเนื่องจากไม่มีการตกชั้น

Arsenal take two steps forward, one step back under Mikel rteta

อย่างที่รู้กันในศึก ยูโรเปียน ซูเปอร์ ลีก จะประกอบไปด้วยสโมสรผู้ก่อตั้งทั้งหมด 15 สโมสร โดยตอนนี้มีผู้เข้าร่วมแล้ว 12 สโมสร

แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันที่มีสโมสรรวมกันถึง 20 สโมสร โดยมี 5 สโมสรที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาร่วมรายการ แต่มีการยืนยันแล้วว่า 15 สโมสรที่เป็นส่วนหนึ่งในผู้ก่อตั้งจะไม่มีการถูกถอนออกจากแข่งขัน

อย่างไรก็ตามการไม่ถูกถอนจากการแข่งขันนั้นไม่ถือเป็นเรื่องดีเท่าไหร่ แน่นอนมันจะเป็นรายการที่ผูกขาด 15 สโมสร และไม่มีการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อรักษาตำแหน่งเอาไว้เพราะอย่างไรก็ตามฤดูกาลต่อไปพวกเขาก็จะยังมีชื่ออยู่ดี

3. สถานะทางการเงินจะยิ่งห่างชั้นกับทีมเล็กๆ

Manchester United are one of the wealthiest clubs in the world

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคลื่นใต้น้ำที่พยายามก่อตั้งการแข่งขัน ยูโรเปียน ซูเปอร์ ลีก เป็นการรวมตัวของสโมสรที่ร่ำรวย โดยจุดประสงค์ของพวกเขาก็คือทำเงินมหาศาลจากรายการนี้

มีรายงานออกมาแล้วว่า อเมริกัน แบงค์ เจพี มอร์แกน จะทำเงินมหาศาลจากรายการนี้โดยยังเผยอีกว่าสโมสรที่เข้าร่วมจะได้รับเงินกว่า 290 ล้านปอนด์ ซึ่งเงินรางวัลรวมจากการแข่งขันอาจสูงถึง 1000 ล้าน

เห็นได้ชัดว่ารายได้จากการเข้าร่วมโปรเจกต์นี้นั้นมหาศาลมาก และเมื่อเป็นเช่นนี้ 15 สโมสรที่เข้าร่วมก่อตั้งที่ว่ารวยอยู่แล้วจะยิ่งรวยเข้าไปอีกและจะส่งผลต่อทีมเล็กๆ ด้วยการใช้อำนาจเงินคว้าตัวผู้เล่นเข้ามาร่วมทีม

2. ส่งผลกระทบต่อลีก

The league system will be affected

นับตั้งแต่ประกาศโปรเจกต์นี้ ก็มีการคาดการณ์กันไปต่างๆ นาๆ และหนึ่งในความเป็นไปได้ที่มีการรายงานมาล่าสุดคือเหล่าสมาชิกจะถูกตัดสิทธิ์แข่งในเกมลีก

อย่างไรก็ตามรายการที่ส่งผลกระทบมากที่สุดก็คือ พรีเมียร์ ลีก ที่มีสโมสรเข้าร่วม ยูโรเปียน ซูเปอร์ ไปถึง 6 สโมสรและทุกสโมสรล้วนแต่เป็นสโมสรที่มีแฟนบอลกระจายอยู่ทั่วโลกอย่างมากมาย

ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ความนิยมของ ลีก เท่านั้นแต่มันยังเป็นจุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ที่แต่ละสโมสรสร้างขึ้นมาและเป็นจุดสิ้นสุดของความผูกพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานกับแฟนบอลท้องถิ่นอีกด้วย

1. สร้างความไม่พอใจให้แฟนบอลอย่างมาก

Fans are the heartbeat of any club

เพียงแค่มีการประกาศก่อตั้ง ยูโรเปียน ซูเปอร์ ลีก บรรดาแฟนบอลต่างก็ออกมาให้ความเห็นกันอย่างล้นหลาม ซึ่งความคิดเห็นแทบจะเป็นไปในทางเดียวกันคือ “ไม่เห็นด้วย”

อย่างที่เอ่ยมาข้างต้นทั้งหมด มันก็ค่อนข้างจะชัดเจนแล้วถึงเหตุผลที่แฟนบอลจะไม่เห็นด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่แฟนบอลบนอินเตอร์เน็ตเท่านั้นแต่รุ่นใหญ่ในวงการก็ออกมาให้ความเห็นเช่นกัน “ตัดแต้มทีมที่ร่วมโปรเจกต์นี้ให้หมด ทำให้พวกเขาไปอยู่ท้ายตารางแล้วปรับเงินพวกเขาด้วย นี่มันคืออาชญากรรมต่อวงการฟุตบอลชัดๆ “ แกร์รี่ เนวิลล์ อดีตแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าว

“โคตรจะละอายกับสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ทำเลย ผมคิดว่าทุกคนที่มีส่วนร่วมกับทีมก็คงจะละอายไม่แพ้กัน” เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าว

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

วิเคราะห์ 5 เหตุผลที่ทำให้ทีม”ทีมต่างดาว”ชวดแชมป์ลาลีกาในปีนี้

บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีก้า ที่ต้องพลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายในฤดูกาลนี้ แต่เรื่องราวมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นี่คือเหตุผลที่พวกเขาทำผลงานได้ไม่เข้าเป้าในฤดูกาลนี้

5. แลกตัว อาร์ตูร์ เมโล่ กับ มิราเล็ม ปานิช

FC Barcelona v Athletic Club - Supercopa de Espana Final

หนึ่งในดีลที่ถูกพูดถึงและสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนๆ บาร์เซโลน่า มากที่สุดคือการแลกตัว อาร์ตูร์ เมโล่ แข้งคนสำคัญของทีมกับ มิราเล็ม ปานิช จาก ยูเวนตุส เพราะไม่เพียงเสียผู้เล่นคนสำคัญไป แต่พวกเขาดันได้แข้งอายุ 31 ปีมาแทน

ภายหลังมีการเปิดเผยว่าสาเหตุที่แท้จริงของดีลนี้แท้จริงแล้วมีเงินกว่า 70 ล้านยูโรอยู่เบื้องหลัง และนี่ก็คือหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาด้านการเงินของ บาร์เซโลน่า ที่กำลังประสบอยู่ในขณะนั้น

อย่างไรก็ตามดีลนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ส่งผลดีสำหรับทั้งคู่ ด้าน ยูเวนตุส เองก็แทบไม่ได้ใช้งาน อาร์ตูร์ เมโล่ เลย เขาเพิ่งจะลงสนามเป็นตัวจริงในลีกไปเพียง 13 นัด ขณะที่ ปานิช ได้รับโอกาสตัวจริงแค่ 6 นัดร่วมกับ บาร์เซโลน่า หรือหากมองอีกด้าน ยูเวนตุส สามารถถอนทุนคืนจากดีลนี้ด้วยการขาย อาร์ตูร์ ในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้เนื่องจากอายุยังไปได้อีกไกล แต่สำหรับทัพต่างดาวแล้วไม่สามารถทำแบบนั้นได้เลย

4. ไม่ให้โอกาสดาวรุ่งอย่าง  ริกี้ ปูอิก

FC Barcelona v Athletic Club - Supercopa de Espana Final

แทบจะพูดได้เลยว่าอคาเดมี่อันโด่งดังก้องโลกอย่าง ลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า เริ่มจะเหี่ยวเฉาลงในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้

ย้อนไปในปี 2018 ลา มาเซีย ได้ผลิตหนึ่งในดาวรุ่งที่โดดเด่นมากที่สุดอีกคนหนึ่งนั้นก็คือ ริกี้ ปูอิก เขาโชว์ได้อย่างดีร่วมกับ บาร์เซโลน่า เบ ทำให้เขาเริ่มขยับขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็วในเวลาถัดมา

ฝีเท้าของเขา การจ่ายบอลและการสร้างโอกาสเป็นที่ยอมรับจากแฟนบอลหลายๆ คน แต่ทว่า โรนัลด์ คูมัน กลับมองต่างออกไป เขาให้โอกาสดาวรุ่งรายนี้ลงตัวจริงเพียง 2 นัดเท่านั้นและที่ผ่านมาเขาทำไปได้ 1 ประตู

ตัดภาพมาที่ปีกดาวรุ่งชาวโปรตุเกสอีกรายอย่าง ฟรานซิสโก้ ทรินเกา ่ที่คว้าตัวมาจาก บราก้า ด้วยค้าตัว 28 ล้านปอนด์ ก็เพิ่งได้ลงตัวจริงเพียง 2 นัดเท่านั้นและมีข่าวว่ากำลังจะย้ายทีมในเร็วๆ นี้

3. ไม่มีเซ็นเตอร์ เบ็คมาเสริมแกร่ง

Valencia CF v FC Barcelona - La Liga Santander

แม้ว่า บาร์เซโลน่า กำลังประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนักแต่ผลงานในฤดูกาลนี้มันชัดเจนเลยว่าพวกเขายังต้องลงทุนกับแนวรับอย่างหนัก

สำหรับ เคราร์ด ปีเก้ ที่แม้ว่าจะเข้าสู่วัย 34 แล้วแต่ก็ยังเป็นส่วนสำคัญของแนวรับ บาร์เซโลน่า ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเวลาของเขานั้นเหลืออีกไม่นานแล้ว ขณะที่ ลองเล่ต์ และ อุมตีตี้ ก็โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักในฤดูกาลนี้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ความกดดันตกมาสู่สองแนวรับวัย 20 ต้นๆ อย่าง โรนัลด์ อราวโฆ่ และ ออสการ์ มินเกซ่า ที่ก็โชว์ผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่เช่นกัน

อย่างไรก็ตามพวกเขายังมีความหวังอยู่ที่ เอริค การ์เซีย กองหลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังจะย้ายกลับมาร่วมทีมแบบฟรีๆ ว่ากันว่านี่คือความหวังในแดนรับของทัพต่างดาว ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไป

2. พึ่งพาแข้งอย่าง เปดรี้ และ อันซู ฟาติ มากเกินไป

FC Barcelona v RC Celta - La Liga Santander

หลังจากที่ หลุยส์ ซัวเรซ, อาร์ตูโร่ วิดัล, เนลสัน เซเมโด้ และ อิวาน ราคิติช แยกทางกับสโมสร นับว่าเป็นสัญญาณอันดีที่ดาวรุ่ง บาร์เซโลน่า จะได้เฉิดฉายเสียที

เปดรี้ และ อันซู ฟาติ นั้นคือชื่อแรกๆ ที่ได้รับโอกาสและทำผลงานได้อย่างดี ด้าน ฟาติ นั้นทำไป 5 ประตูจาก 10 เกมในทุกรายการ ขณะที่ เปดรี้ ก็กลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ทั่งโลกต่างให้ความสนใจ

หลังจากที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอทำให้ อันซู ฟาติ ก็ต้องพบกับอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เปดรี้ ลงไปแล้วกว่า 52 นัดในทุกรายการ แต่ผลงานโดยรวมของ บาร์ซ่า ก็ยังไม่ดีขึ้นและนั่นแสดงให้เห็นว่าด้วยวัยเพียง 18 ปี พวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะแบกความหวังของทีมเอาไว้ได้ เพราะนอกจากสองรายที่กล่าวยังมี แซร์จินโญ่ เดสท์ แข้งวัย 20 แต่กลับต้องมารับหน้าที่สำคัญของฟูลแบ็คตัวหลักประจำทีม

1. ปล่อยดาวยิงตัวโหดอย่าง ซัวเรซ ให้ แอตเลติโก้ มาดริด

FC Barcelona v Atletico de Madrid - La Liga Santander

หนึ่งในดีลที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังทั่วโลกคือ บาร์เซโลน่า ปล่อยยอดดาวยิงอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ให้คู่แข่งอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด ไปใช้งาน

การเข้ามาของ โรนัลด์ คูมัน ทำให้ดาวยิงชาวอุรุกวัยหมดความสำคัญและนั่นทำให้เจ้าตัวต้องหาแหล่งพักพิงใหม่หลังร่วมงานกันมานานกว่า 6 ปีพร้อมกับทำไป 198 ประตูจากการลงสนาม 283 นัด ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้ไปไหนไกลแต่เป็น แอตเลติโก้ มาดริด

นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของทัพต่างดาวที่ยื่นดาบให้กับศัตรู เพราะปีนี้บอกตามตรงว่าทัพตราหมีนั้นมาแรงจัดๆ พวกเขาคือทีมที่กุมชะตาคว้ามแชมป์ไว้ที่มือตัวเองในขณะนี้ หากคว้าชัยนัดสุดท้ายได้แชมป์ ลา ลีก้า จะเป็นของพวกเขาไปในทันที

ขณะที่ บาร์เซโลน่า หมดหวังคว้าแชมป์ไปเป็นที่เรียบร้อยโดยพวกเขาอยู่ที่ 3 ของตารางและยังมีโอกาสร่วงไปอยู่ที่ 4 อีกด้วย นับว่าเป็นปีที่น่าเศร้าสำหรับพวกเขาจริงๆ

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

holidaypp 063-1322218
line holiday
change_history