5 นักเตะที่ตัดสินใจขึ้นทีมยานแม่ แต่ดับเพราะไม่มีเซล์ลต่างดาว

5. อดาม่า ตราโอเร่

Adama Traore

ผู้เล่นที่ถูกยกให้เป็นผู้เล่นที่บึกบึนที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก อดาม่า ตราโอเร่ เขาได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์อีกครั้งหลังย้ายมาร่วมงานกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อปี 2018

หลายคนอาจจะจำไม่ได้ว่าก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นนักกล้ามประจำรังหมาป่า เขาเคยเป็นเด็กปั้นของ บาร์เซโลน่า และเคยลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่มาแล้ว 4 นัด ก่อนจะตัดสินใจย้ายมา แอสตัน วิลล่า ในปี 2015 เพราะต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับความหินในการชิงตำแหน่งตัวจริง

อย่างไรก็ตามการย้ายทีมอีกครั้งของเขาในปี 2018 นั้นทำให้แข้งที่ชื่อว่า อดาม่า ตราโอเร่ ได้เป็นที่รู้จัก และด้วยความแข็งแกร่งกับความเร็วทำให้ทีมอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน มีแนวรุกที่น่ากลัวไม่แพ้ใครขึ้นมาทันใด

4. เอริค การ์เซีย

Eric Garcia

หากขึ้นชื่อว่า ลา มาเซีย แล้ว แน่นอนอคาเดมี่แห่งนี้ย่อมผลิตนักเตะฝีเท้าดีสู่ตลาดลูกหนังโลกเสมอ เฉกเช่นเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ อันเดรียส อิเนียสต้า การ์เลส ปูโยล และคนอื่นๆ

เอริค การ์เซีย ก็นับว่าเป็นผลผลิตชั้นยอดของ ลา มาเซีย เช่นกัน เขาเติบโตมาด้วยปรัชญาของทัพต่างดาว ก่อนที่จะย้ายไปร่วมงานกับชุดเยาวชนเรือใบสีฟ้าและขยับขึ้นมาเป็นผู้เล่นในทีมชุดหลักของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในเวลาไม่กี่ปี

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าด้วยอายุและฝีเท้าทำให้เขาตกเป็นที่สนใจของยักษ์ใหญ่มากมาย และดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในช่วงลังเลกับข้อเสนอที่ได้รับ เพราะล่าสุดยังไม่มีการยืนยันว่า การ์เซีย จะต่อสัญญากับเรือใบสีฟ้า และกำลังมีข่าวกลับไปร่วมงานกับทีมต่างดาวอีกครั้ง

3. เฮคเตอร์ เบเยริน

Hector Bellerin

เช่นเดียวกับสองแข้งที่กล่าวมาข้างต้อน เฮคเตอร์ เบเยริน ฟูลแบ็คหน้าหล่อจากอาร์เซน่อลก็เป็นอีกผู้เล่นที่เติบโตผ่านการพัฒนาฝีเท้าจากศูนย์ฝึก ลา มาเซีย ก่อนที่เขาจะย้ายมาร่วมสังกัดทัพปืนใหญ่ในปี 2011

อย่างไรก็ตามเขาใช้เวลา 2 ปีก่อนจะได้รับโอกาสมีชื่อในทีมชุดใหญ่ ด้วยความครบเครื่องและอเนกประสงค์ของแข้งรายนี้ทำให้เขากลายเป็นส่วนสำคัญในการพาทัพปืนใหญ่คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สามสมัย

นอกจากย้ายไปคว้าแชมป์แล้ว การที่เขาได้เฉิดฉายร่วมกับยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอนทำให้ถือเป็นใบเบิกทางที่ดีในการติดธงร่วมกับทัพกระทิง โดยที่ผ่านมาเขามีโอกาสลงสนามในทีมชาติมาแล้วตั้ง 4 นัด

  1. เมาโร อิคาร์ดี้
Mauro Icardi

อีกหนึ่งแข้งจากทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ที่ตัดสินใจแยกทางกับสโสรที่ปลุกปั้นมาเพื่อไปพิสูจน์ฝีเท้าไกลถึงแดนมักโรนีเพราะดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยถูกจริตกับระบบของทัพต่างดาวในขณะนั้น

อิคาร์ดี้ เริ่มต้นค้าแข้งที่อิตาลีร่วมกับ ซามพ์โดเรีย ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อจนดังเป็นพลุแตกร่วมกับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยสถิติ ทำไป 103 ประตูจากการลงสนาม 188 นัดในเซเรีย อา โดยล่าสุดเขาได้ย้ายไปร่วมงานกัน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และทำไป 22 ประตูจากการลงสนาม 38 นัดทุกรายการ

ด้วยเส้นทางค้าแข้งที่หัวหอกอาร์เจนไตน์รายนี้ได้เลือกดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางที่ถูกต้องสำหรับเขา เพราะหากเขายังฝืนทนร่วมงานกับทีมต่างดาวต่อไม่แน่ เมาโร อิคาร์ดี้ อาจไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นยอดหัวหอกของโลกอีกรายก็เป็นได้

  1. ติอาโก้ อัลคันตาร่า
Thiago Alcantara

สำหรับแข้งที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าพวกเขาตัดสินใจแยกทางกับทัพต่างดาวหลังจากได้ขยับมาเล่นทีมชุดใหญ่ไม่นาน แต่สำหรับ ติอาโก้ อัลคันตาร่า นั้นต่างออกไป

มิดฟิลด์เลือดกระทิงเริ่มฉายแสงตั้งแต่สมัยร่วมงานกับ บาร์เซโลน่า โดยเขาทำไป 10 ประตูพร้อมกับ 20 แอสซิส ด้วยการลงสนาม 100 นัด ซึ่งถือว่าแข้งรายนี้ได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่กว่ารายอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แต่อย่างไรก็ตามการแย่งตำแหน่งตัวจริงจากผู้เล่นอย่าง ซาบี และ อิเนียสต้า นั้นเป็นอะไรที่ยากเกินไป

เขาตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกจริงๆ เพราะที่เก่าว่าปังแล้วที่นี่ยิ่งปังกว่า เขาร่วมกับทัพเสือใต้คว้าบุนเดสลีก้ามากถึง 7 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย

อย่างไรก็ตามความปังของเขาดูเหมือนจะยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้เพราะล่าสุดเขาย้ายไปร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล พร้อมกับทำสถิติจ่ายบอลมากและไร้ที่ติที่สุดตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม

รียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

ดีลที่สำเร็จและอดรอชมการเล่นแทบไม่ไหวของฟุตบอลยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อนมาแข่งในปี 2021

ฟุตบอลยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อนมาแข่งในปี 2021 จะเปิดฉากขึ้น หลายทีมตัวเต็งต่างพาเหรดกันเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายกันอย่างพร้อมเพรียง

แต่ก็มีสุดยอดนักเตะอีกหลายคนที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันเพราะทีมชาติตัวเองทำผลงานได้ไม่ดีพอ

เรามาดูกันว่า 10 แข้งที่ค่าตัวแพงสุดในโลกคนใดอดเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายยูโร 2020 นี้ (อ้างอิงค่าตัวจากเว็บไซต์ชื่อดัง Transfermarkt)


(ร่วม) 9. ลูก้า โยวิช (เซอร์เบีย) – 22 ล้านปอนด์

จากที่สก็อตแลนด์กำลังจะเข้ารอบ ท้ายเกมเซอร์เบียได้ประตูตีเสมอจากยอดดาวยิงสังกัดเรอัล มาดริด ลูก้า โยวิช จนทำให้ต้องเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ต้องพ่ายแพ้ไปในการดวลจุดโทษตัดสิน

ถึงแม้เจ้าตัวจะทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าใดนักกับต้นสังกัด แต่กับทีมชาติเขาคือเดอะแบกอย่างแท้จริง แต่น่าเสียดายที่ยูโร 2020 ต้องอดยลฝีเท้าของแข้งรายนี้


(ร่วม) 9. มาราช คุมบุลล่า (อัลเบเนีย) – 22 ล้านปอนด์

อัลเบเนียทำช็อคด้วยการเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายรายการนี้เมื่อสี่ปีก่อนโดยเอาชนะโรมาเนียไปได้ในรอบเพลย์ออฟและเกือบแบ่งแต้มกับเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศสไปได้

กองหลังสังกัดโรม่าวัย 20 ปีน่าจะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติและในรายการนี้ แต่พวกเขาต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดายเมื่อทำได้เพียงจบอันดับที่สี่ในกลุ่มเอช


8. นิโกล่า มิเล็นโควิช (เซอร์เบีย) – 25 ล้านปอนด์

เซอร์เบียคือหนึ่งในทีมที่น่าผิดหวังมากที่สุดหากดูชื่อชั้นของนักเตะในประเทศตัวเอง ทั้งชวดตั๋วในรอบแบ่งกลุ่มกลุ่มบีให้กับยูเครนและโปรตุเกส และยังต้องผิดหวังซ้ำในรอบเพลย์ออฟกับสก็อตแลนด์อีก

กองหลังฟิออเรนติน่าวัย 23 ปีคือหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับความคาดหมายว่าจะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในยูโรครั้งนี้ แต่กลับต้องเจอกับความผิดหวัง

อย่างไรก็ตามพอจะมีข่าวดีอยู่บ้างเมื่อยักษ์ใหญ่อย่างยูเวนตุสกำลังให้ความสนใจ


(ร่วม) 6. คอสตาส มาโนลาส (กรีซ) – 28 ล้านปอนด์

นับตั้งแต่คว้าแชมป์ูยโรเมื่อปี 2004 พวกเขาก็เข้ารอบสุดท้ายรายการใหญ่ ๆ เรื่อยมา

หลังทำได้เพียงอันดับที่สามในกลุ่มเจตามหลังฟินแลนด์ และฟอร์มการเล่นที่รับไม่ได้ในเนชั่นส์ ลีก ทำให้มาโนลาสชวดลุยยูโรครั้งแรกในอาชีพของเขา


(ร่วม) 6. ฟิลิป คอสติช (เซอร์เบีย) – 28 ล้านปอนด์

ปีกจากไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตจะชวดลุยยูโร 2020 ถึงแม้เจ้าตัวจะเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมในบุนเดสลีก้ามาตลอดก็ตาม


5. มาร์ติน โอเดการ์ด (นอร์เวย์) – 40 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งทีมที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเมื่อยูโรไม่มีพวกเขา

ถึงแม้จะมีสตาร์ล้นทีม แต่นอร์เวย์ก็ทำผลงานได้น่าผิดหวังในรอบเพลย์ออฟหลังจากจบอันดับสามของกลุ่มเอฟรองจากสเปนและสวีเดน ต่อด้วยการแพ้เซอร์เบีย 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษรอบเพลย์ออฟ

แม้จะเริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งกับเรอัล มาดริดในฐานะนักเตะชุดใหญ่แบบเต็มตัวในฤดูกาล 2020/21 นี้ แต่โอเดการ์ดก็ต้องอดวาดลวดลายในยูโร 2020 ซะได้


4. มิราเล็ม ปยานิช (บอสเนีย) – 45 ล้านปอนด์

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าในช่วงเยาวชนเขาเคยลงเล่นเกมทีมชาติกับลักเซมเบิร์กก่อนจะเปลี่ยนใจมาเล่นให้กับบ้านเกิดเมื่อปี 2008

หลังจากลงเล่นฟุตบอลโลก 2014 กับบอสเนีย แข้งบาร์เซโลน่ารายนี้ก็อดลงเล่นรายการใหญ่อย่างยูโร 2020 ที่โดนไอร์แลนด์เหนือเขี่ยตกรอบเพลย์ออฟ


3. เซอร์เกย์ มิลินโควิช-ซาวิช (เซอร์เบีย) – 58 ล้านปอนด์

สุดยอดมิดฟิลด์จากลาซิโอ้ทำผลงานอย่างสุดยอดกับต้นสังกัดจนทำให้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเชลซี

แต่น่าเสียดายที่เขาอดคว้าโอกาสไปเล่นในยูโรซัมเมอร์หน้าด้วยน้ำมือของทีมโกงตายอย่างสก็อตแลนด์ในรอบเพลย์ออฟ


2. เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ (นอร์เวย์) – 71.5 ล้านปอนด์

เจ้าของรางวัล ‘โกลเด้น บอย 2020’ หมาด ๆ เพิ่งจะทำสี่ประตูในบุนเดสลีก้าใส่แฮร์ธ่า เบอร์ลิน แต่แม้ฟอร์มส่วนตัวจะโหดขนาดไหนก็ไม่สามารถแบกทีมเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายยูโร 2020 ได้

เขาทำไป 6 ประตูจาก 7 นัดให้กับนอร์เวย์ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะฝ่าด่านเซอร์เบียในรอบเพลย์ออฟ


1. แยน โอบลัค (สโลวีเนีย) – 80 ล้านปอนด์

นี่คือผู้รักษาประตูที่ได้ชื่อว่าฝีมือดีที่สุดในโลก ณ เวลานี้ กับผลงานในแอตเลติโก มาดริดที่รั้งรองจ่าฝูงในลา ลีก้าตามหลังเรอัล โซเซียดาดเพียง 3 คะแนนแต่แข้งน้อยกว่าถึงสองนัด

ใครก็อยากเห็นฝีมือการเซฟของมือกาวรายนี้ แต่โชคชะตาเล่นตลกเมื่อเขาดันเกิดผิดประเทศ

สโลวีเนียไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในรายการใหญ่ได้เลยนับตั้งแต่เขาเทิร์นโปรกับตราหมี และเขายังเคยรับบทตัวสำรองให้กับมือกาวจากอินเตอร์ มิลานอย่าง ซามีร์ ฮันดาโนวิช อยู่หลายปี

รียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

เช็คตำนานผู้ที่คว้ารางวัลโกลเด้นบอยแล้วมีใครบ้างที่ รุ่งหรือร่วง ดับหรือดัง พังหรือพุ้ง ??

มียอดดาวรุ่งมากมายต่างชิงชัยในรางวัลนี้ทั้ง อันซู ฟาติ, อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์, และเพื่อนร่วมทีมอย่าง เจดอน ซานโช่ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความร้อนแรงของกองหน้ารายนี้ได้

เมื่อมองย้อนกลับไปยังอดีต มีเหล่าตำนานที่คว้ารางวัลนี้ทั้ง เวย์น รูนี่ย์, ลิโอเนล เมสซี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่ก็มีไม่น้อยที่กลับล้มเหลวงอย่างสิ้นเชิง

เรามาดูกันว่านับตั้งแต่ปี 2003 ใครคว้ารางวัลนี้ไปเชยชมกันบ้าง…


2003: ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท

แข้งวัย 20 ปีจากอาหยักซ์ในขณะนั้นไม่ใช่เด็ก ๆ อีกต่อไป เพราะเขาลงลงเล่นทีมชุดใหญ่มาแล้วถึง 3 ฤดูกาล

ตำนานทีมชาติเนเธอร์แลนด์ลงเล่นเกมทีมชาติไปทั้งหมด 109 นัดและพเนจรไปยังสโมสรต่าง ๆ ทั่วยุโรปทั้งฮัมบูร์ก, เรอัล มาดริด, ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, เรอัล เบติส, มิดทิลแลนด์, และ เอสเบิร์ก

และหลังจากที่เจ้าตัวแขวนสตั๊ด ฟาน เดอร์ ฟาร์ทหันไปเอาดีทางกีฬาปาลูกดอก โดยประเดิมสนาม BDO เป็นครั้งแรกเมื่อปีก่อน


2004: เวย์น รูนี่ย์

หลังจากแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับเอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 2002/03 ที่ซัดประตูใส่อาร์เซน่อลอย่างสวยสดงดงาม รูนี่ย์ก็ถูก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ดึงตัวไปใช้งานที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลังคว้ารางวัลนี้ รูนี่ย์ติดทีมชาติอังกฤษทั้งหมด 120 นัดแถมยังขึ้นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของอังกฤษ อีกทั้งยังคว้าแชมป์กับต้นสังกัดได้มากมายและทำไปทั้งหมด 306 ประตูตลอดอาชีพค้าแข้ง

ปัจจุบันรูนี่ย์รับงานผู้เล่นควบกุนซือดาร์บี้ เคาน์ตี้ แทนที่ของ ฟิลิป โคคู ที่เพิ่งลาออกจากตำแหน่งไปไม่นาน

ด้านตำนานรายนี้ยอมรับว่าเขาพร้อมจะแขวนสตั๊ดทันทีหากได้รับงานกุนซือแบบถาวร


2005: ลิโอเนล เมสซี่

ดว้ยวัยเพียง 18 ปี เมสซี่สร้างชื่อกระฉ่อนลา ลีก้าและโลกใบนี้กับผลงานที่บาร์เซโลน่า

ตำนานชาวอาร์เจนไตน์ได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุใดตลอดกาลด้วยผลงาน 651 ประตูจาก 774 นัดที่ลงสนามให้กับต้นสังกัด เช่นเดียวกับผลงานในทีมชาติที่กดไป 71 ประตูจาก 142 นัด

เมสซี่คว้าแชมป์ลา ลีก้า 10 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย และบัลลงดอร์อีก 6 สมัย นี่ยังไม่รวมแชมป์อื่น ๆ อีกมากมายจนหาที่เก็บแทบไม่ได้

แต่เขาอาจต้องโบกมือลาบาร์เซโลน่าหลังจบฤดูกาลนี้เพราะปัญหาที่ถาโถมมาอย่างไม่หยุดหย่อน


2006: เชส ฟาเบรกาส

เขาได้รับรางวัลนี้ขณะค้าแข้งอยู่กับอาร์เซน่อลด้วยวัยเพียง 19 ปี

กองกลางจอมแอสซิสต์ย้ายไปลเ่นให้กับทั้งบาร์เซโลน่าและเชลซี ก่อนจะมาจบกับโมนาโกในปัจจุบันและคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ถึงสามครั้งตลอดอาชีพ


2007: เซร์คิโอ้ อเกวโร่

เรียกได้ว่าเป็นตำนานแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตัวจริงเสียงจริง แต่เขาคว้ารางวัลนี้สมัยยังอยู่กับแอตเลติโก มาดริดด้วยวัย 19 ปี

อเกวโร่คว้าแชมป์ลีกกับซิตี้ 4 สมัย รวมถึงแชมป์สมัยแรกที่ต้องรอจนถึงนาทีสุดท้ายของการแข่งขันเลยทีเดียว


2008: แอนเดอร์สัน

นี่คือบุคคลแรกที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในเส้นทางอาชีพหลังจากคว้ารางวัลนี้เมื่อปี 2008

เขาย้ายมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อปี 2007 ในฐานะปีกชาวบราซิลที่น่าจับตามอง

แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้เขาต้องปรับตัวเองมาเล่นเป็นกองกลาง

หลังย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2015 แอนเดอร์สันย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์นาซิอองนาลและอดานา เดมีร์สปอร์ตามลำดับ


2009: อเล็กซานเดร ปาโต้

อีกหนึ่งคนที่อนาคตไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ ปาโต้ได้รับการปลุกปั้นจากเอซี มิลานและซัดไป 15 ประตูในเซเรีย อาฤดูกาล 2008/09

อะไรก็ดูท่าจะเป็นไปได้สวยสำหรับกองหน้ารายนี้ แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มที่ร่วงกราว ทำให้เขาต้องกลับไปเล่นที่บ้านเกิดในประเทศบราซิล ก่อนจะถูกเชลซี ที่หวังจะคืนฟอร์มให้แข้งรายนี้ ยืมตัวแต่กลับไม่เป็นไปเช่นนั้น ก่อนจะย้ายไปเล่นกับบียาร์เรอัล, เทียนจิน ชวนเจียน และ เซา เปาโล

ปัจจุบันเขาคือฟรีเอเย่นต์ที่ไร้สังกัดด้วยวัยเพียง 31 ปี


2010: มาริโอ บาโลเตลลี่

หลังจากสร้างชื่อให้กับตัวเองในอินเตอร์ มิลานอยู่ถึงสามปี ‘เกรียนโอ้’ ก็ย้ายมาเล่นใหเ้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อซัมเมอร์ปี 2010 ก่อนจะคว้าโกลเด้นบอยในเวลาต่อมา

แต่ด้วยความไร้วินัยของตัวเองบวกกับปัญหานอกสนาม ทำให้เขากลายเป็นจอมเพนจรจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันเขาคือฟรีเอเย่นต์ที่ยังไร้ต้นสังกัด


2011: มาริโอ เกิตเซ่

ด้วยวัย 19 ปีในขณะนั้น เขาได้รับการยกย่องให้เป็นอนาคตใหม่ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนสุดท้ายเจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปบาเยิร์น มิวนิคในปี 2013

แต่เพราะอาการบาดเจ็บและอาการป่วยที่หาได้ยาก ทำให้เส้นทางอาชีพของเขาร่วงโรยเร็วกว่าคนปกติ จนทำให้เขาต้องกลับมายังบ้านเดิมอย่างดอร์ทมุนด์และทำผลงานได้เข้าตาจนทำให้ติดทีมชาติเยอรมนีอีกครั้ง

ปัจจุบันเขายังค้าแข้งอยู่กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น


2012: อิสโก้

หลังย้ายจากบาเลนเซียมาอยู่กับมาลาก้า อิสโก้ก็โชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่องจนเจ้าตัวคว้าโกลเด้นบอยเมื่ออายุ 20 ปี

ปีถัดมาเขาถูกเรอัล มาดริดดึงตัวไปใช้งาน แต่หลังจากลงเล่นไปทั้งหมด 214 นัดในลา ลีก้าตลอด 7 ปี หลายคนมองว่าตัวเขาน่าจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้หากย้ายไปเล่นที่อื่น


2013: พอล ป็อกบา

ป็อกบาย้ายออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2012 หลังจากได้ลงเล่นเกมชุดใหญ่เพียง 3 นัด ก่อนจะแจกเกิดงเต็มตัวกับยูเวนตุสหลังจากนั้น

กองกลางเลือดน้ำหอมกลายเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก และกลายเป็นแข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลก (ขณะนั้น) ด้วยการย้ายกลับมาเล่นให้กับปีศาจแดงอีกครั้งที่ค่าตัว 89 ล้านปอนด์

ปัจจุบันป็อกบายังอยู่ที่แมน ฯ ยูไนเต็ดแต่กลายเป็นตัวสำรองของทีมอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตามเขาคือกำลังสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสที่พาทีมคว้าชแมป์ดลกเมื่อปี 2018


2014: ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

จากเด็กปั้นของลิเวอร์พูลสู่จุดสูงสุดในอาชีพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นก้าวกระโดดที่สูงลิบเลยทีเดียว

ยอดแข้งทีมชาติอังกฤษได้รางวัลนี้ขณะมีอายุ 19 ปี และย้ายมาร่วมทีมเรือใบในปีถัดมา ก่อนจะพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นปีกเบอร์ต้น ๆ ของโลกและพาต้นสังกัดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย


2015: อองโตนี่ มาร์กซิยาล

กองหน้ารายนี้ย้ายจากโอลิมปิก ลียงมาสู่โมนาโกเมื่อปี 2013 และกลายเป็นดาวดังในลีกฝรั่งเศสอย่างรวดเร็ว

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพราะฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอของเขานั่นเอง


2016: เรนาโต้ ซานเชส

หลังจากทำผลงานได้สะดุดตากับเบนฟิก้าในฤดูกาล 2015/16 ซานเชสถูกเรียกตัวติดทีมชาติโปรตุเกสชุดลุยยูโร 2016 จนคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

เขามีโอกาสไปเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค แต่เขาต้องเจอกับทางตันจนถูกปล่อยให้สวอนซียืมตัว

ปัจจุบันด้วยวัยเพียง 23 ปี เขาย้ายไปเล่นให้กับลีลล์ในฝรั่งเศสและทำได้ 4 ประตูจาก 27 นัดในลีก เอิง


2017: คิลิยัน เอ็มบัปเป้

แข้งดาวโรจน์จากโมนาโกตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับยักษ์ใหญ่ในฝรั่งเศสอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมงหลังคว้าโกลเด้นบอยมาครองได้

เอ็มบัปเป้กดไป 34 ประตูจากการลงสนามเพียง 33 นัดในฤดูกาลแรกกับเปแอสเช และเป็นกำลังหลักเรื่อยมาจนคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ 3 สมัยกับฟุตบอลโลกอีกหนึ่งครั้ง

ปัจจุบันเจ้าตัวตกเป็นเป้าหมายของลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริดก่อนที่ตลาดซื้อขายเปิดตัวขึ้นอีกครั้งในซัมเมอร์ปี 2021


2018: มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์

เดอ ลิกต์โชว์ฟอร์มสุดยอดกับอาหยักซ์ในฤดูกาล 2018/19 ที่ช่วยทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปีย้นส์ลีก แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็ได้โกลเด้นบอยไปครองแล้วเรียบร้อย

ด้วยฟอร์มในตอนนั้นทำให้เขาตกเป้นเป้าหมายของทุกสโมสรทั่วยุโรป แต่เป็นยูเวนตุสที่ได้ตัวเขาไป

แต่ทุกอย่างก็ดูจะไม่เป็นไปตามที่ฝันไว้เพราะเขาลงสนามให้กับเจ้าม้าลายไปเพียง 30 นัดและยังหาฟอร์มเก่งสมัยที่อยู่ในเนเธรอ์แลนด์ไม่เจอถึงแม้จะคว้าแชมป์เซเรีย อาฤดูกาลที่ผ่านมาก็ตาม


2019: ชูเอา เฟลิกซ์

แข้งชาวฝอยทองโดดเด่นเหลือเกินกับเบนฟิก้าในฤดูกาล 2018/19 จนสุดท้ายทำให้เขาคว้าโกลเด้นบอยไปครอง

ในปีเดียวกันเขาย้ายมาเล่นให้กับแอตเลติโก มาดริดด้วยเงินก้อนใหญ่ แต่ในช่วงต้นเขายังงัดฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้เหมือนเก่า

ปัจจุบันเขาทำไป 11 ประตูจากการลงสนาม 34 นัดในลา ลีก้า แต่ด้วยวัยเพียง 21 ปีเขายังมีเวลาพิสูจน์ตัวเองได้อีกหลายปี

รียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

จัดสุดยอดทีมของ”ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก”จากนักเตะในอดีตจนถึงปัจจุบัน

เรียกได้ว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในในโลก และแข้งทั่วโลกก็ต่างก็อยากสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้น

นั่นหมายความว่าสุดยอดนักเตะทั่วสารทิศพยายามพัฒนาฝีเท้าเพื่อให้ได้ค้าแข้งใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

นับตั้งแต่มีการแข่งขันนี้เกิดขึ้น มีนักเตะยอดฝีมือมากมายต่างวาดลวดลายให้คนทั่วโลกยลโฉม

และล่าสุด แฟนบอลทั่วโลกต่างลงคะแนนโหวตชุด 11 ตัวจริงยูฟ่ายอดเยี่ยมตลอดกาล จะมีใครกันบ้าง ไปดูกันเลย…


ผู้รักษาประตู: อิเคร์ กาซิยาส

มีผู้รักษาประตูมากมายนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อพิจารณาจากความสำเร็จและฝีมือส่วนตัวก็ไม่มีใครกังขาความสุดยอดของกาซิยาสในรายการนี้

นอกจากการคว้าแชมป์รายการนี้ 3 สมัยกับเรอัล มาดริดรวมถึงแชมป์ยูโรอีกสองสมัยกับทีมชาติสเปน เขายังเป็นนักเตะที่ลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกมากที่สุดถึง 177 นัดด้วยกัน


แบ็คขวา: เซร์คิโอ้ รามอส

ไม่น่าแปลกใจหากกัปตันทีมเรอัล มาดริดรายนี้ต้องเขยิบมาเล่นเกมรับทางฝั่งขวาเพราะเขาเคยเล่นตำแหน่งนี้มาก่อนในช่วงต้นอาชีพ

เพื่อนร่วมทีมกาซิยาสทั้งในสโมสรและทีมชาติ รามอสคืออีกคนหนึ่งที่คว้าแชมป์ยูโรสองสมัยติดต่อกัน แต่เขาทำได้ดีกว่าในเรื่องของแชมเปี้ยนส์ลีกที่กวาดไป 4 สมัยระหว่างฤดูกาล 2014-2018


เซ็นเตอร์: เคราร์ด ปีเก้

หนึ่งในผลผลิตจากลา มาเซีย (ศูนย์พัฒนาเยาวชนของบาร์เซโลน่า) ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง

เขาลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกไปมากกว่า 100 นัดและคว้าแชมป์ไปสามสมัย รวมถึงแชมป์ยูโรอีกหนึ่งสมัย


เซ็นเตอร์: การ์เลส ปูโยล

ปีเก้และปูโยลจับคู่ได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงยุคทองของบาร์เซโลน่า

พวกเขาคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยกันตั้งแต่ปี 2006, 2009, และ 2011 และยังคว้าแชมป์ยูโรกับทีมชาติสเปนร่วมกันได้อีกในปี 2008


แบ็คซ้าย: ฟิลิปป์ ลาห์ม

ได้ชื่อว่าเป็นแบ็คซ้ายที่เก่งที่สุดตลอดกาลของบาเยิร์น มิวนิคและของโลกนี้ ด้วยฟอร์มสม่ำเสมอและระเบียบวินัยที่ยอดเยี่ยม

ลาห์มลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกไป 112 นัดให้กับทั้งสตุ๊ตการ์ทและบาเยิร์น โดยคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2013 ก่อนจะแขวนสตั๊ดในขณะที่ยังมีฝีเท้ายอดเยี่ยมเมื่อปี 2017 ด้วยวัยเพียง 34 ปี


กองกลาง: สตีเว่น เจอร์ราร์ด

หนึ่งเดียวในรายชื่อนี้ที่มาจากเกาะอังกฤษ นั่นคือกัปตันทีมลิเวอร์พูล สตีเว่น เจอร์ราร์ด

เจอราร์ดคือคนเดียวในรายชื่อนี้ที่ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีกไม่ถึง 100 นัด แต่ด้วยผลงานเขย่าโลกที่พาหงส์แดงคัมแบ็คอย่างยิ่งใหญ่ในอิสตันบูลเมื่อปี 2005 ทำให้เขากลายเป็นบุคคลในตำนานประจำรายการนี้อย่างไม่ต้องสงสัย


กองกลาง: ชาบี เอร์นานเดซ

ทั้งผลงานกับทีมชาติสเปนและกับบาร์เซโลน่า หากไม่มีชื่อเขาอยู่ในทีมนี้ก็คงจะประหลาดใจไม่น้อย

เขาลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก 151 นัดตลอด 17 ปีที่อยู่กับต้นสังกัดทำให้เขานั่งแท่นอันดับสามลงเล่นมากที่สุดในรายการนี้

เขาคว้าแชมป์กับทีมถึง 4 สมัยในปี 2006, 2009, 2011, และ 2015


กองกลาง: อันเดรส อิเนียสต้า

หากพูดถึงชาบีแล้ว จะไม่ถูกถึงอิเนียสต้าก็กระไรอยู่

คู่หูคู่นี้ประสานงานกันได้อย่างสุดเพอร์เฟ็คต์ในถิ่นคัมป์ นูและคว้าแชมป์ได้สี่สมัยเท่ากัน

นอกจากนี้ทั้งสองคนยังเป็นกำลังหลักของทีมชาติสเปนที่พาทัพกระทิงดุคว้าแชมป์ยูโรในปี 2008 และ 2012 อีกด้วย


ปีกขวา: ลิโอเนล เมสซี่

แข้งรายที่ห้าที่มาจากผลผลิตของลา มาเซีย และได้ชื่อว่าเป็นแข้งเก่งที่สุดตลอดกาล

เขาคว้าแชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัยและเป็นแข้งเพียงคนเดียวในรายชื่อนี้ที่ไม่ได้มาจากยุโรป

จากผลงานสุดสะแด่วแห้วตลอดชีวิตการค้าแข้ง ทำให้เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของยูฟ่า 11 จาก 12 ครั้งหลังสุด โดยปีที่ไม่มีชื่อคือปี 2013 ซึ่งเป็น แกเร็ธ เบล ที่แย่งตำแหน่งไป


ปีกซ้าย: คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แน่นอนว่ามีเมสซี่ก็ต้องมีโรนัลโด้ ที่ต่างฝ่ายต่างเป็นคู่รักคู่แค้นกันมาตลอดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมากับทั้งบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด

131 ประตูจาก 171 นัดในแชมเปี้ยนส์ลีก เขาทำประตูได้มากกว่าเมสซี่ 13 ลูกและตามหลังสถิติลงสนามมากที่สุดของกาซิยาสเพียง 6 นัด

นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์ได้ถึง 5 สมัยทั้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเรอัล มาดริด รวมถึงยังคว้าแชมป์ยูโรกับทีมชาติโปรตุเกสเมื่อปี 2016 ได้อีก


กองหน้า: เธียร์รี่ อองรี

จะว่าเป็นแข้งรายที่หกจากบาร์เซโลน่าก็ได้ที่มีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้เพียงเพราะความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมกับเจ้าบุญทุ่ม แต่หากจะยกฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัวแน่นอนว่าจะต้องเป็นสมัยที่อยู่กับอาร์เซน่อล

อองรีเจ็บแค้นบาร์ซ่ามาตลอดที่โดนแซงเอาชนะอาร์เซน่อลในนัดชิงเมื่อปี 2006 ก่อนจะตัดสินใจย้ายฝั่งและได้ชูถ้วยอย่างที่ฝันเมื่อปี 2009

รียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

พอแล้วฉันเหนื่อยแล้ว..รวมสตาร์ที่คุณจะไม่ได้เห็นเค้าในซีซั่นหน้า หลังจบฤดูกาล 2019/20

หลังจากโลดแล่นในวงการฟุตบอลมาเป็นเวลานาน เป้าหมายสุดท้ายของนักฟุตบอลทุกคนนั่นคือากรแขวนสตั๊ดอย่างสวยงามกับสโมสรใดสโมสรหนึ่ง

และหลังจบฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา มีนักเตะดาวดังมากมายที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ด หลายคนถึงวัยที่เหมาะ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ฝีเท้ายังเล่นในระดับสูงได้สบาย

มาดูกันว่า 16 แข้งที่ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาลนี้มีใครกันบ้าง

สล็อตคาสิโน

1. มิลาน บารอส

กองหน้าลิเวอร์พูลชุด ‘ปาฏิหาริย์อิสตันบูล’ ในแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2005

อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์ยุโรปปี 2005 ตัดสินใจจบเส้นทางอาชีพของตัวเองด้วยวัย 38 ปี

ตำนานทีมชาติเช็กคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในฟุตบอลยูโร 2004 และทำประตูในนามทีมชาตได้ 41 ลูกจากการติดทีมชาติ 93 นัด

ช่วงที่ถือได้ว่าพีคที่สุดในอาชีพคือสมัยที่ค้าแข้งกับยักษ์ใหญ่ในตุรกีอย่างกาลาตาซาราย โดยซัดไปทั้งหมด 61 ประตูใน 116 นัด


2. อันเดร เชือร์เล่

ผู้ทำแอสซิสต์ให้ มาริโอ เกิตเซ่ ช่วยให้เยอรมันคว้าชัยเหนืออาร์เจนติน่า 1-0 คว้าแชมป์โลก 2014 ได้สำเร็จ

การตัดสินใจครั้งนี้ของอดีตแข้งแชมป์โลกจากเยอรมันต้องทำให้หลายคนประหลาดใจ เมื่อเขาประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 29 ปี

ก่อนหน้านี้เชือร์เล่ค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์แต่ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งยึดตัวจริงภายในทีมได้ ก่อนจะถูกปล่อยให้ สปาร์ตัก มอสโคว์ยืมตัวเมื่อฤดูกาลก่อน

“การตัดสินใจครั้งนี้มาจากความคิดที่ก่อตัวในใจผมมาอย่างยาวนาน” เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อเมืองเบียร์ชื่อดัง Der Spiegel

“ผมไม่ต้องการเสียงปรบมืออีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกมันหยั่งรากลึกลงทุกที และความสนุกก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ

“คุณมักจะมีส่วนสำคัญกับบทบาทของตัวเองเพื่ออยู่รอดในวงการนี้ ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องเสียงานและหางานใหม่ไม่ได้ มีเพียงผลงานในสนามเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนด”


3. มาริโอ โกเมซ

กองหน้าสุดอันตรายแห่งบุนเดสลีก้า

หนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มดีก็ดีจนน่าใจหาย แต่ถ้าฟอร์มแย่ก็ไม่เอาอะไรเลยเช่นกัน

โดยเฉพาะตอนที่เขาพลาดทำประตูง่าย ๆ ในเกมที่เยอรมนีเจอกับออสเตรียฟุตบอลยูโร 2008 จนทำให้ถูกแฟนบอลตัวเองโห่ใส่

แต่โกเมซวัย 35 ปียังคว้ารางวัลนักฟุตบอลเยอรมันยอดเยี่ยมกับสตุ๊ตการ์ท, คว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิค, และทำ 23 ประตูจาก 39 นัดที่ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีก

นอกเหนือจากนั้นเขายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำประตูมากที่สุดภายในฤดูกาลเดียวให้กับเบซิคตัสในฐานะนักเตะต่างชาติอีกด้วย

และสโมสรสุดท้ายในชีวิตของเขานั่นคือสตุ๊ตการ์ท ที่เขาทำประตูสุดท้ายช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นมาเล่นในบุนเดสลีก้าได้สำเร็จ


4. เลห์ตั้น เบนส์

หนึ่งในแบ็คซ้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษและตำนานเอฟเวอร์ตันประกาศแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อย

กับ 39 ประตูและ 37 แอสซิสต์ เขาคือกองหลังที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

เบนส์ลงสนาม 20 นาทีในเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับบอร์นมัธ ซึ่งแพ้ไป 3-1

ด้วยวัย 35 ปี เขาตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ถึงแม้จะได้รับข้อเสนอจากกุนซืออาย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ให้เปลี่ยนบทบาทขึ้นมาเป็นทีมงานโค้ชก็ตาม


5. โกรัน ปานเดฟ

หนึ่งในแข้งอินเตอร์ มิลานชุดทริปเปิ้ลแชมป์ฤดูกาล 2009/10

ในประเทศตัวเองเขาคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปานเดฟจบอาชีพกับเจนัวในเซเรีย อา ด้วยสถิติ 56 ประตูจาก 130 นัด

แข้งทีมชาติมาซิโดเนียทำสถิติดีที่สุดด้วยการทำ 34 ประตูจากการติดธง 108 นัด

ปานเดฟวัย 37 ปียังเคยค้าแข้งให้กับทีมชั้นนำในอิตาลีมากมายทั้งอินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ้, และนาโปลี

เขายังเป็นหนึ่งในแข้งที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับอินเตอร์ภายใต้กุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ในปี 2010 อีกด้วย


6. มิเล่ เยดินัค

อดีตกัปตันทีมคริสตัล พาเลซถูกแอสตัน วิลล่าปล่อยตัวเมื่อปี 2019 หลังช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพพร้อมกับเลื่อนชั้นมาเล่นบนพรีเมียร์ลีดได้สำเร็จ

ปีถัดมาเขาเข้ารับงานโค้ชให้กับอคาเดมี่ของสโมสรเดิม

แต่เยดินัควัย 35 ปีรู้สึกว่าตัวเองยังดีพอที่จะวาดลวดลายบนพื้นหญ้าโดยกล่าวว่าเขายังไม่ประกาศแขวนสตั๊ด โดยมีสโมสรในเอ-ลีก ออสเตรเลียอย่าง แม็คอาเธอร์ เอฟซี กำลังให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธข้อเสนอนั้นในที่สุดและประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการพร้อมกล่าวว่า “ถึงเวลาสำหรับชีวิตบทใหม่แล้ว”


7. เคลาดิโอ ปิซาร์โร่

เจ้าของสถิติทำประตูได้ทุกปีในหน้าปฏิทินในบุนเดสลีก้าตั้งแต่ปี 1999

หนึ่งในตำนานทีมชาติเปรูและบุนเดสลีก้าประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัย 41 ปี

เขาจบอาชีพกับแวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งถือได้ว่าเป็นทีมที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุดโดยทำไป 153 ประตูจาก 320 นัดรวมทุกรายการ

ปิซาร์โร่ยังเคยค้าแข้งในอังกฤษกับเชลซีหนึ่งฤดูกาล แต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนกับสมัยที่อยู่ในเยอรมัน

เขายังเคยอยู่กับบาเยิร์น 6 ปี และทำได้ 125 ประตูจากการลงสนาม 327 นัด


8. เกลสัน เฟอร์นันเดส

อดีตแข้งที่ได้ชื่อว่ายอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ

ได้ชื่อว่าเป็นกองกลางจอมเพนจรรายหนึ่ง ก่อนจะจบอาชีพตัวเองด้วยวัยเพียง 33 ปี

เขาเคยค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้สมัยกุนซือ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน ระหว่างปี 2007-09 และได้รับฉายาว่าเป็นดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์

เมื่อถึงยุคของ มาร์ค ฮิวจ์ส เฟอร์นันเดสกลับถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย

และหลังย้ายไปร่วมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ภายใต้กุนซือ ไนเจล เพียร์สัน เขาก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้เหมือนเคย

แต่หลังจากนั้นทั้งกับแรนส์และไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต แฟร์นันเดสคือกำลังสำคัญของต้นสังกัดที่เหมือนกับเป็นคนใหม่อีกครั้ง


9. เอสซาม เอล-ฮาดารี่

แม้จะอายุ 45 ปี แต่ก็ยังโชว์เซฟได้ไม่อายรุ่นน้องในฟุตบอลโลก 2018

ผู้รักษาประตูทีมชาติอียิปต์วัย 47 ปีกลายเป็นแข้งอายุมากสุดที่ลงสนามในฟุตบอลโลก โดยปรากฏตัวในฟุตบอลโลก 2018 ด้วยวัย 45 ปี

แต่นอกเหนือจากสถิติข้างต้น เอล-ฮาดารี่ยังติดทีมชาติ 159 นัด, คว้าแชมป์อียิปต์พรีเมียร์บลีก 8 สมัย, CAF แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 4 สมัย, เช่นเดียวกับแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์อีก 4 สมัย

“ฟุตบอลคือภรรยาคนที่สองของผมและผมก็ต้องหย่าจากกันแล้ว” เอล-ฮาดารี่ให้สัมภาษณ์หลังประกาศแขวนสตั๊ด

“ผมจะไม่กลับมาโลดแล่นในวงการฟุตบอลอีกต่อไปแล้ว ฟุตบอลทั้งระบบมีข้อผิดพลาดและเหล่าผู้บริหารก็โจมตีกันเอง และบางทีพระเจ้าน่าจะเข้าข้างนักเตะบ้าง”


10. อาริตซ์ อาดูริซ

ประตูเดียวที่ทำได้ในฤดูกาลสุดท้ายของเจ้าตัว และนั่นคือการตีลังกาสุดสวยพาทีมคว้าชัยเหนือบาร์เซโลน่า

หนึ่งในกองหน้าระดับตำนานของลา ลีก้าและแอธเลติก บิลเบาประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัย 39 ปี ซึ่งถึงว่าเป็นช่วงอายุที่ยาวนานเกินไปด้วยซ้ำในตำแหน่งนี้

และถือว่าเป็นขิงแก่สำหรับเขาที่โชว์ผลงานดีที่สุดด้วยวัย 35 ปีในฤดูกาล 2015/16 โดยซัดไป 36 ประตูจากการลงสนาม 55 นัด

แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ถึงกับต้องเปลี่ยนสะโพกใหม่ นั่นทำให้เขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเลิกเล่นอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากเป็นผู้พิการไปซะก่อน

ในฤเูกาลนี้เขาแทบจะไม่มีส่วนร่วมในสนาม โดยลงเล่นเพียง 17 นัดและทำประตูได้เพียงลูกเดียว แต่ประตูนั้นกลับมีความหมายมากที่สุดลูกหนึ่งเมื่อเขาซัดประตูชัยในนาทีที่ 89 ใส่บาร์เซโลน่า


11. ดาวิด เอ็นก็อก

ประตูสร้างชื่อให้กับดาวรุ่งอย่างเอ็นก็อก ก่อนจะกลายเป็นดาวตกในช่วงเวลาเพียงไม่นาน

เอ็นก็อกใกล้เคียงที่จะเป็นตำนานให้กับลิเวอร์พูลหลังทำประตูช่วยให้ทีมเอาชนะคู่ปรับอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อปี 2009

ขณะนั้นเขามีอายุเพียง 20 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองในระยะยาวกับทีมได้

หลังจากนั้นเขาพเนจรไปเรื่อยทั้งกับโบลตั้นและสวอนซี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าใดนัก จนทำให้เขาต้องย้ายหลักปักฐานไปอยู่ในฝรั่งเศสกับแร็งส์ และนั่นเป็นที่ที่เขาทำได้ดีที่สุดด้วยตัวเลข 10 ประตูจาก 48 นัด

อย่างไรก็ตาม เขาต้องชีพจรลงเท้าอีกครั้งด้วยการย้ายไปเล่นทั้งในกรีซ, สก็อตแลนด์, ฮังการี่, และสิ้นสุดที่ลิธัวเนียกับสโมสรซัลกิริสก่อนจะแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 31 ปี


12. บรูโน่ โซริอาโน่

สุดยอดตำนานเรือดำน้ำสีเหลือง

กัปตันทีมบียาร์เรอัลได้ชื่อว่าเป็น ‘วัน แมน คลับ’ โดยค้าแข้งอยู่กับสโมสรเดียวตลอดชีวิต และลงสนามให้กับเรือดำน้ำสีเหลืองไปทั้งสิ้น 424 นัด

แต่โซริอาโน่ไม่ได้ลงสนามนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2017 หลังได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ช่วงล็อคดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้เขาฟื้นตัวและลงสนามเป็นศรีแก่ทีมได้ในช่วงสองนาทีสุดท้ายกับเซบีย่าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

หลังจบเกม เขาได้รับการปรบมืออย่างแซ่ซ้องจากบุคลากรทุกคนภายในทีม และนั่นคือตำนานบทสุดท้ายของแข้งวัย 36 ปีรายนี้


13. โลอิค แปร์แร็ง

เกมนัดสุดท้ายของเขายังฝากรอยแผลที่ยากจะลืมเลือนให้กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้

อีกหนึ่งแข้งที่ได้รับฉายา ‘วัน แมน คลับ’ กับแซงต์-เอเตียน ที่ถึงแม้จะประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่เขาก็ยังฝากรอยแผลที่ไม่มีวันลืมให้กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ในการเข้าสกัดอย่างจังจนทำให้ฝ่ายหลังต้องลงไปดิ้นกับพื้นอย่างทุรนทุรายในเกมนัดชิงบอลถ้วยกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง

แปร์แร็งถูกใบแดงไล่ออกจากสนามโดยทันที และนั่นคือการลงสนามนัดสุดท้ายของเขากับต้นสังกัดก่อนจะเลิกเล่นด้วยวัย 34 ปี


14. สเตฟาน ลิคสไตเนอร์

ประสบความสำเร็จสูงสุดกับ ‘ไอ้ม้าลาย’ ยูเวนตุส

แข้งวัย 36 ปีรายนี้แต่เดิมวางแผนที่จะลงเล่นในฟุตบอลยูโร 2020 แต่แผนการกลับล้มไม่เป็นท่าเพราะการมาของไวรัสตัวร้ายอย่างโควิด-19 ที่เล่นงานไปทั่วโลกก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดไปในที่สุด

สโมสรสุดท้ายของเขาคือเอาก์สบวร์กในฤดูกาล 2019/20 โดยลงสนามไปทั้งหมด 20 นัดในบุนเดสลีก้าและมีส่วนช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้อย่างเฉียดฉิวด้วยการจบอันดับที่ 15

ลิคสไตเนอร์ติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไปทั้งหมด 108 นัดและลงสนามในรายการใหญ่ ๆ มากมายทั้งยูโร 2008,2016 และฟุตบอลโลก 2010, 2014, และ 2018

ในการค้าแข้งอาชีพ เขาประสบความสำเร็จสูงสุดกับยูเวนตุสด้วยการคว้าแชมป์เซเรีย อา 7 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย, และซูเปอร์โคปปาอีก 3 สมัย

ในบั้นปลายเขาย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลในช่วงสั้น ๆ ฤดูกาล 2018/19 ก่อนจะจบอาชีพกับเอาก์สบวร์กในฤดูกาลถัดมา


15. อิเคร์ กาซิยาส

ตำนานราชันชุดขาวที่แท้จริง

หนึ่งในตำนานที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดหลังถูกโรคหัวใจเล่นงานเฉียบพลันระหว่างฝึกซ้อมกับปอร์โต้เมื่อเดือนเมษายน 2019

มือกาวรายนี้ถูกยกเป็นไอค่อนของสโมสรเรอัล มาดริดหลังค้าแข้งมาเป็นเวลากว่า 16 ปีในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว โดยคว้าแชมป์มากมายทั้งแชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยและลา ลีก้าอีก 5 สมัย

เขายังเป็นกำลังหลักของทีมชาติสเปนในการคว้าแชมป์ยูโร 2008 และ 2012 รวมถึงแชมป์โลกในปี 2010 อีกด้วย

แต่หลังจากเจ้าตัวมีปัญหากับกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้เขาต้องเก็บข้าวของไปซบปอร์โต้ในปี 2015 ก่อนจะถูกโรคหัวใจเล่นงาน

หลังจากฟื้นตัวได้ เขาตัดสินใจรับงานเบื้องหลังกับต้นสังกัดในเดือนกรกฎาคม 2019 และประกาศแขวนถึงมือในเวลาต่อมาด้วยวัย 39 ปี


16. แวงซองต์ ก็อมปานี

ประตูชัยสุดดราม่าของก็อมปานีที่ช่วยให้เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018/19 ด้วยการเฉือนลิเวอร์พูลไปเพยีงคะแนนเดียว

กองหลังระดับตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัย 34 ปีหลังย้ายไปรับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีมกับสโมสรในบ้านเกิดอย่างอันเดอร์เลชท์หลังจบฤดูกาล 2018/19

และหลังจบฤดูกาล 2019/20 เขาประกาศรับงานโค้ชเต็มตัวแทนที่ของ แฟรงกี้ แวร์เคาเตเร็น

ปราการหลังรายนี้ค้าแข้งกับเรือใบสีฟ้ามาตลอด 11 ปีพร้อมช่วยต้นสังกัดประสบความสำเร็จมากมายทั้งพรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, และลีก คัพอีก 4 สมัย

นอกจากนั้นเขายังติดทีมชาติชุดใหญ่กับเบลเยี่ยมอีก 89 นัด

เขาให้สัมภาษณ์หลังแขวนสตั๊ดว่า “ผมอยากรับบทบาทผู้จัดการทีมแบบเต็มตัว และต้องทุ่มเทกับบทบาทนี้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์

“นั่นเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอล แต่ความมุ่งมั่นและความกระหายยังคงมีเหมือนเคย

“ผมอยากอยู่กับสโมสรแห่งนี้ไปอีกสี่ปีและพิสูจน์ว่าอันเดอร์เลชท์สามารถเล่นฟุตบอลแบบสมัยใหม่ได้พร้อมกับคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการ”

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

holidaypp 063-1322218
line holiday
change_history