พอแล้วฉันเหนื่อยแล้ว..รวมสตาร์ที่คุณจะไม่ได้เห็นเค้าในซีซั่นหน้า หลังจบฤดูกาล 2019/20

หลังจากโลดแล่นในวงการฟุตบอลมาเป็นเวลานาน เป้าหมายสุดท้ายของนักฟุตบอลทุกคนนั่นคือากรแขวนสตั๊ดอย่างสวยงามกับสโมสรใดสโมสรหนึ่ง

และหลังจบฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา มีนักเตะดาวดังมากมายที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ด หลายคนถึงวัยที่เหมาะ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ฝีเท้ายังเล่นในระดับสูงได้สบาย

มาดูกันว่า 16 แข้งที่ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาลนี้มีใครกันบ้าง

สล็อตคาสิโน

1. มิลาน บารอส

กองหน้าลิเวอร์พูลชุด ‘ปาฏิหาริย์อิสตันบูล’ ในแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2005

อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์ยุโรปปี 2005 ตัดสินใจจบเส้นทางอาชีพของตัวเองด้วยวัย 38 ปี

ตำนานทีมชาติเช็กคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในฟุตบอลยูโร 2004 และทำประตูในนามทีมชาตได้ 41 ลูกจากการติดทีมชาติ 93 นัด

ช่วงที่ถือได้ว่าพีคที่สุดในอาชีพคือสมัยที่ค้าแข้งกับยักษ์ใหญ่ในตุรกีอย่างกาลาตาซาราย โดยซัดไปทั้งหมด 61 ประตูใน 116 นัด


2. อันเดร เชือร์เล่

ผู้ทำแอสซิสต์ให้ มาริโอ เกิตเซ่ ช่วยให้เยอรมันคว้าชัยเหนืออาร์เจนติน่า 1-0 คว้าแชมป์โลก 2014 ได้สำเร็จ

การตัดสินใจครั้งนี้ของอดีตแข้งแชมป์โลกจากเยอรมันต้องทำให้หลายคนประหลาดใจ เมื่อเขาประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 29 ปี

ก่อนหน้านี้เชือร์เล่ค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์แต่ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งยึดตัวจริงภายในทีมได้ ก่อนจะถูกปล่อยให้ สปาร์ตัก มอสโคว์ยืมตัวเมื่อฤดูกาลก่อน

“การตัดสินใจครั้งนี้มาจากความคิดที่ก่อตัวในใจผมมาอย่างยาวนาน” เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อเมืองเบียร์ชื่อดัง Der Spiegel

“ผมไม่ต้องการเสียงปรบมืออีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกมันหยั่งรากลึกลงทุกที และความสนุกก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ

“คุณมักจะมีส่วนสำคัญกับบทบาทของตัวเองเพื่ออยู่รอดในวงการนี้ ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องเสียงานและหางานใหม่ไม่ได้ มีเพียงผลงานในสนามเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนด”


3. มาริโอ โกเมซ

กองหน้าสุดอันตรายแห่งบุนเดสลีก้า

หนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มดีก็ดีจนน่าใจหาย แต่ถ้าฟอร์มแย่ก็ไม่เอาอะไรเลยเช่นกัน

โดยเฉพาะตอนที่เขาพลาดทำประตูง่าย ๆ ในเกมที่เยอรมนีเจอกับออสเตรียฟุตบอลยูโร 2008 จนทำให้ถูกแฟนบอลตัวเองโห่ใส่

แต่โกเมซวัย 35 ปียังคว้ารางวัลนักฟุตบอลเยอรมันยอดเยี่ยมกับสตุ๊ตการ์ท, คว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิค, และทำ 23 ประตูจาก 39 นัดที่ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีก

นอกเหนือจากนั้นเขายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำประตูมากที่สุดภายในฤดูกาลเดียวให้กับเบซิคตัสในฐานะนักเตะต่างชาติอีกด้วย

และสโมสรสุดท้ายในชีวิตของเขานั่นคือสตุ๊ตการ์ท ที่เขาทำประตูสุดท้ายช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นมาเล่นในบุนเดสลีก้าได้สำเร็จ


4. เลห์ตั้น เบนส์

หนึ่งในแบ็คซ้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษและตำนานเอฟเวอร์ตันประกาศแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อย

กับ 39 ประตูและ 37 แอสซิสต์ เขาคือกองหลังที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

เบนส์ลงสนาม 20 นาทีในเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับบอร์นมัธ ซึ่งแพ้ไป 3-1

ด้วยวัย 35 ปี เขาตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ถึงแม้จะได้รับข้อเสนอจากกุนซืออาย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ให้เปลี่ยนบทบาทขึ้นมาเป็นทีมงานโค้ชก็ตาม


5. โกรัน ปานเดฟ

หนึ่งในแข้งอินเตอร์ มิลานชุดทริปเปิ้ลแชมป์ฤดูกาล 2009/10

ในประเทศตัวเองเขาคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปานเดฟจบอาชีพกับเจนัวในเซเรีย อา ด้วยสถิติ 56 ประตูจาก 130 นัด

แข้งทีมชาติมาซิโดเนียทำสถิติดีที่สุดด้วยการทำ 34 ประตูจากการติดธง 108 นัด

ปานเดฟวัย 37 ปียังเคยค้าแข้งให้กับทีมชั้นนำในอิตาลีมากมายทั้งอินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ้, และนาโปลี

เขายังเป็นหนึ่งในแข้งที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับอินเตอร์ภายใต้กุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ในปี 2010 อีกด้วย


6. มิเล่ เยดินัค

อดีตกัปตันทีมคริสตัล พาเลซถูกแอสตัน วิลล่าปล่อยตัวเมื่อปี 2019 หลังช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพพร้อมกับเลื่อนชั้นมาเล่นบนพรีเมียร์ลีดได้สำเร็จ

ปีถัดมาเขาเข้ารับงานโค้ชให้กับอคาเดมี่ของสโมสรเดิม

แต่เยดินัควัย 35 ปีรู้สึกว่าตัวเองยังดีพอที่จะวาดลวดลายบนพื้นหญ้าโดยกล่าวว่าเขายังไม่ประกาศแขวนสตั๊ด โดยมีสโมสรในเอ-ลีก ออสเตรเลียอย่าง แม็คอาเธอร์ เอฟซี กำลังให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธข้อเสนอนั้นในที่สุดและประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการพร้อมกล่าวว่า “ถึงเวลาสำหรับชีวิตบทใหม่แล้ว”


7. เคลาดิโอ ปิซาร์โร่

เจ้าของสถิติทำประตูได้ทุกปีในหน้าปฏิทินในบุนเดสลีก้าตั้งแต่ปี 1999

หนึ่งในตำนานทีมชาติเปรูและบุนเดสลีก้าประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัย 41 ปี

เขาจบอาชีพกับแวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งถือได้ว่าเป็นทีมที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุดโดยทำไป 153 ประตูจาก 320 นัดรวมทุกรายการ

ปิซาร์โร่ยังเคยค้าแข้งในอังกฤษกับเชลซีหนึ่งฤดูกาล แต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนกับสมัยที่อยู่ในเยอรมัน

เขายังเคยอยู่กับบาเยิร์น 6 ปี และทำได้ 125 ประตูจากการลงสนาม 327 นัด


8. เกลสัน เฟอร์นันเดส

อดีตแข้งที่ได้ชื่อว่ายอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ

ได้ชื่อว่าเป็นกองกลางจอมเพนจรรายหนึ่ง ก่อนจะจบอาชีพตัวเองด้วยวัยเพียง 33 ปี

เขาเคยค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้สมัยกุนซือ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน ระหว่างปี 2007-09 และได้รับฉายาว่าเป็นดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์

เมื่อถึงยุคของ มาร์ค ฮิวจ์ส เฟอร์นันเดสกลับถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย

และหลังย้ายไปร่วมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ภายใต้กุนซือ ไนเจล เพียร์สัน เขาก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้เหมือนเคย

แต่หลังจากนั้นทั้งกับแรนส์และไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต แฟร์นันเดสคือกำลังสำคัญของต้นสังกัดที่เหมือนกับเป็นคนใหม่อีกครั้ง


9. เอสซาม เอล-ฮาดารี่

แม้จะอายุ 45 ปี แต่ก็ยังโชว์เซฟได้ไม่อายรุ่นน้องในฟุตบอลโลก 2018

ผู้รักษาประตูทีมชาติอียิปต์วัย 47 ปีกลายเป็นแข้งอายุมากสุดที่ลงสนามในฟุตบอลโลก โดยปรากฏตัวในฟุตบอลโลก 2018 ด้วยวัย 45 ปี

แต่นอกเหนือจากสถิติข้างต้น เอล-ฮาดารี่ยังติดทีมชาติ 159 นัด, คว้าแชมป์อียิปต์พรีเมียร์บลีก 8 สมัย, CAF แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 4 สมัย, เช่นเดียวกับแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์อีก 4 สมัย

“ฟุตบอลคือภรรยาคนที่สองของผมและผมก็ต้องหย่าจากกันแล้ว” เอล-ฮาดารี่ให้สัมภาษณ์หลังประกาศแขวนสตั๊ด

“ผมจะไม่กลับมาโลดแล่นในวงการฟุตบอลอีกต่อไปแล้ว ฟุตบอลทั้งระบบมีข้อผิดพลาดและเหล่าผู้บริหารก็โจมตีกันเอง และบางทีพระเจ้าน่าจะเข้าข้างนักเตะบ้าง”


10. อาริตซ์ อาดูริซ

ประตูเดียวที่ทำได้ในฤดูกาลสุดท้ายของเจ้าตัว และนั่นคือการตีลังกาสุดสวยพาทีมคว้าชัยเหนือบาร์เซโลน่า

หนึ่งในกองหน้าระดับตำนานของลา ลีก้าและแอธเลติก บิลเบาประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัย 39 ปี ซึ่งถึงว่าเป็นช่วงอายุที่ยาวนานเกินไปด้วยซ้ำในตำแหน่งนี้

และถือว่าเป็นขิงแก่สำหรับเขาที่โชว์ผลงานดีที่สุดด้วยวัย 35 ปีในฤดูกาล 2015/16 โดยซัดไป 36 ประตูจากการลงสนาม 55 นัด

แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ถึงกับต้องเปลี่ยนสะโพกใหม่ นั่นทำให้เขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเลิกเล่นอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากเป็นผู้พิการไปซะก่อน

ในฤเูกาลนี้เขาแทบจะไม่มีส่วนร่วมในสนาม โดยลงเล่นเพียง 17 นัดและทำประตูได้เพียงลูกเดียว แต่ประตูนั้นกลับมีความหมายมากที่สุดลูกหนึ่งเมื่อเขาซัดประตูชัยในนาทีที่ 89 ใส่บาร์เซโลน่า


11. ดาวิด เอ็นก็อก

ประตูสร้างชื่อให้กับดาวรุ่งอย่างเอ็นก็อก ก่อนจะกลายเป็นดาวตกในช่วงเวลาเพียงไม่นาน

เอ็นก็อกใกล้เคียงที่จะเป็นตำนานให้กับลิเวอร์พูลหลังทำประตูช่วยให้ทีมเอาชนะคู่ปรับอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อปี 2009

ขณะนั้นเขามีอายุเพียง 20 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองในระยะยาวกับทีมได้

หลังจากนั้นเขาพเนจรไปเรื่อยทั้งกับโบลตั้นและสวอนซี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าใดนัก จนทำให้เขาต้องย้ายหลักปักฐานไปอยู่ในฝรั่งเศสกับแร็งส์ และนั่นเป็นที่ที่เขาทำได้ดีที่สุดด้วยตัวเลข 10 ประตูจาก 48 นัด

อย่างไรก็ตาม เขาต้องชีพจรลงเท้าอีกครั้งด้วยการย้ายไปเล่นทั้งในกรีซ, สก็อตแลนด์, ฮังการี่, และสิ้นสุดที่ลิธัวเนียกับสโมสรซัลกิริสก่อนจะแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 31 ปี


12. บรูโน่ โซริอาโน่

สุดยอดตำนานเรือดำน้ำสีเหลือง

กัปตันทีมบียาร์เรอัลได้ชื่อว่าเป็น ‘วัน แมน คลับ’ โดยค้าแข้งอยู่กับสโมสรเดียวตลอดชีวิต และลงสนามให้กับเรือดำน้ำสีเหลืองไปทั้งสิ้น 424 นัด

แต่โซริอาโน่ไม่ได้ลงสนามนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2017 หลังได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ช่วงล็อคดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้เขาฟื้นตัวและลงสนามเป็นศรีแก่ทีมได้ในช่วงสองนาทีสุดท้ายกับเซบีย่าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

หลังจบเกม เขาได้รับการปรบมืออย่างแซ่ซ้องจากบุคลากรทุกคนภายในทีม และนั่นคือตำนานบทสุดท้ายของแข้งวัย 36 ปีรายนี้


13. โลอิค แปร์แร็ง

เกมนัดสุดท้ายของเขายังฝากรอยแผลที่ยากจะลืมเลือนให้กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้

อีกหนึ่งแข้งที่ได้รับฉายา ‘วัน แมน คลับ’ กับแซงต์-เอเตียน ที่ถึงแม้จะประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่เขาก็ยังฝากรอยแผลที่ไม่มีวันลืมให้กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ในการเข้าสกัดอย่างจังจนทำให้ฝ่ายหลังต้องลงไปดิ้นกับพื้นอย่างทุรนทุรายในเกมนัดชิงบอลถ้วยกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง

แปร์แร็งถูกใบแดงไล่ออกจากสนามโดยทันที และนั่นคือการลงสนามนัดสุดท้ายของเขากับต้นสังกัดก่อนจะเลิกเล่นด้วยวัย 34 ปี


14. สเตฟาน ลิคสไตเนอร์

ประสบความสำเร็จสูงสุดกับ ‘ไอ้ม้าลาย’ ยูเวนตุส

แข้งวัย 36 ปีรายนี้แต่เดิมวางแผนที่จะลงเล่นในฟุตบอลยูโร 2020 แต่แผนการกลับล้มไม่เป็นท่าเพราะการมาของไวรัสตัวร้ายอย่างโควิด-19 ที่เล่นงานไปทั่วโลกก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดไปในที่สุด

สโมสรสุดท้ายของเขาคือเอาก์สบวร์กในฤดูกาล 2019/20 โดยลงสนามไปทั้งหมด 20 นัดในบุนเดสลีก้าและมีส่วนช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้อย่างเฉียดฉิวด้วยการจบอันดับที่ 15

ลิคสไตเนอร์ติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไปทั้งหมด 108 นัดและลงสนามในรายการใหญ่ ๆ มากมายทั้งยูโร 2008,2016 และฟุตบอลโลก 2010, 2014, และ 2018

ในการค้าแข้งอาชีพ เขาประสบความสำเร็จสูงสุดกับยูเวนตุสด้วยการคว้าแชมป์เซเรีย อา 7 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย, และซูเปอร์โคปปาอีก 3 สมัย

ในบั้นปลายเขาย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลในช่วงสั้น ๆ ฤดูกาล 2018/19 ก่อนจะจบอาชีพกับเอาก์สบวร์กในฤดูกาลถัดมา


15. อิเคร์ กาซิยาส

ตำนานราชันชุดขาวที่แท้จริง

หนึ่งในตำนานที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดหลังถูกโรคหัวใจเล่นงานเฉียบพลันระหว่างฝึกซ้อมกับปอร์โต้เมื่อเดือนเมษายน 2019

มือกาวรายนี้ถูกยกเป็นไอค่อนของสโมสรเรอัล มาดริดหลังค้าแข้งมาเป็นเวลากว่า 16 ปีในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว โดยคว้าแชมป์มากมายทั้งแชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยและลา ลีก้าอีก 5 สมัย

เขายังเป็นกำลังหลักของทีมชาติสเปนในการคว้าแชมป์ยูโร 2008 และ 2012 รวมถึงแชมป์โลกในปี 2010 อีกด้วย

แต่หลังจากเจ้าตัวมีปัญหากับกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้เขาต้องเก็บข้าวของไปซบปอร์โต้ในปี 2015 ก่อนจะถูกโรคหัวใจเล่นงาน

หลังจากฟื้นตัวได้ เขาตัดสินใจรับงานเบื้องหลังกับต้นสังกัดในเดือนกรกฎาคม 2019 และประกาศแขวนถึงมือในเวลาต่อมาด้วยวัย 39 ปี


16. แวงซองต์ ก็อมปานี

ประตูชัยสุดดราม่าของก็อมปานีที่ช่วยให้เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018/19 ด้วยการเฉือนลิเวอร์พูลไปเพยีงคะแนนเดียว

กองหลังระดับตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัย 34 ปีหลังย้ายไปรับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีมกับสโมสรในบ้านเกิดอย่างอันเดอร์เลชท์หลังจบฤดูกาล 2018/19

และหลังจบฤดูกาล 2019/20 เขาประกาศรับงานโค้ชเต็มตัวแทนที่ของ แฟรงกี้ แวร์เคาเตเร็น

ปราการหลังรายนี้ค้าแข้งกับเรือใบสีฟ้ามาตลอด 11 ปีพร้อมช่วยต้นสังกัดประสบความสำเร็จมากมายทั้งพรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, และลีก คัพอีก 4 สมัย

นอกจากนั้นเขายังติดทีมชาติชุดใหญ่กับเบลเยี่ยมอีก 89 นัด

เขาให้สัมภาษณ์หลังแขวนสตั๊ดว่า “ผมอยากรับบทบาทผู้จัดการทีมแบบเต็มตัว และต้องทุ่มเทกับบทบาทนี้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์

“นั่นเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอล แต่ความมุ่งมั่นและความกระหายยังคงมีเหมือนเคย

“ผมอยากอยู่กับสโมสรแห่งนี้ไปอีกสี่ปีและพิสูจน์ว่าอันเดอร์เลชท์สามารถเล่นฟุตบอลแบบสมัยใหม่ได้พร้อมกับคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการ”

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

รวมสตาร์ 10 ดาราลูกหนังที่ดีลซื้อ-ขายได้ราคาดีสุดๆ

สิ่งที่อยู่คู่กับวงการลูกหนังเสมอมาก็คือเม็ดเงินมหาศาล การย้ายซื้อขายนักเตะสร้างเงินได้มากมายให้กับหลายๆ สโมสร และนี้ก็คือดีลที่ทำเงินให้กับสโมสรได้สูงสุดตลอดกาล

10. เอแด็น อาซาร์

Eden Hazard in action for Real Madrid

เอแด็น อาซาร์ อดีตเดอะแบกแห่งทัพสิงโตน้ำเงินคราม เขาตัดสินใจแยกทางกับ ลีลล์ เพื่อมาร่วมงานกับยักษ์ใหญ่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตั้งแต่ปี 2012 ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

ตลอดระยะเวลาร่วมกับสิงห์บลูส์เขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สองสมัย ยูโรป้า ลีก อีก 2 สมัย และยังเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสโมสรถึง 4 ปี ซึ่งนับว่าฟอร์มของเขาโดดเด่นมากๆ จนไปเข้าตาของ เรอัล มาดริด

อาซาร์ ตัดสินใจเดินตามความฝันร่วมกับทีมราชันชุดขาว ซึ่งทำให้ เรอัล มาดริด ต้องควักกระเป๋าจ่ายกว่า 115 ล้านยูโรเลยทีเดียว

เชลซี ทำกำไรจาก เอแด็น อาซาร์ ไป 80 ล้านยูโร

9. มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์

Matthijs De Ligt at Juventus

หากจะพูดถึงกองหลังที่มาแรงที่สุดในโลกขณะนี้นอกจาก เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็คงต้องเป็น มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ กองหลังอนาคตไกลของ ยูเวนตุส

จากเด็กปั้นจาก อาแจ็กซ์ ตั้งแต่วัย 9 ขวบ เดอ ลิกต์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดตอนอายุ 19 ก่อนจะคว้ารางวัลโกลเด้นบอยไปครองในปี 2018 และยังเป็นกองหลังคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลนี้ได้

เดอ ลิกต์ ได้กลายเป็นกองหลังที่หลายสโมสรต่างจับตามอง แต่ท้ายที่สุดเจ้าตัวตัดสินใจไปร่วมงานกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 85.5 ล้านยูโร

อาแจ็กซ์ ทำกำไรจาก มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ ไป 85.5 ล้านยูโร

8. แกเร็ธ เบล

Gareth Bale

แม้ว่าปัจจุบัน แกเร็ธ เบล นั้นแทบจะไม่ได้ลงสนามและมีข่าวไม่กินเส้นกับต้นสังกัดสักเท่าไหร่ แต่ย้อนไปในอดีตเขาคือหนึ่งดาวเตะที่หลายคนยอมรับ

แรกเริ่มเดิมที เบล คือผู้เล่นแบ็คซ้ายที่ สเปอร์ส ซื้อตัวมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยราคา 14.7 ล้านยูโร ก่อนที่จะขยับมาเล่นปีกและสร้างผลงานจนเตะตาจนสโมสรดังทั่วโลกต่างให้ความสนใจ

และแน่นอนสโมสรที่ได้เขาไปก็คือ เรอัล มาดริด ซึ่งตอนนั้นทีมราชันชุดขาวยอมจ่ายถึง 101 ล้านยูโร

สเปอร์ส ทำกำไรจาก แกเร็ธ เบล ไป 86.3 ล้านยูโร

7. เนย์มาร์

Neymar Jr.

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผู้เล่นระดับ เนย์มาร์ จึงอยู่แค่อันดับที่ 7 ในลิสต์นี้ แต่นี่เรากำลังจะพูดถึงตอนที่เขาย้ายไปร่วมงานกับ บาร์เซโลน่า

ย้อนไปในช่วงที่ เนย์มาร์ ในวัยเยาว์ เขาคือเด็กมากความสามารถของ ซานโตส เขาโชว์ฟอร์มได้เร้าร้อนจนเป็นที่สนใจของ บาร์เซโลน่า และถูกสโมสรคว้าตัวไปร่วมงานด้วยค่าตัวสูงถึง 88 ล้านยูโร เมื่อปี 2013 และด้วยสโมสร ซานโตส เซ็นสัญญาเขาร่วมงานตั้งแต่เด็กเมื่อปี 2003 ทำให้กำไรทั้งหมดตกเป็นของสโมสร

ซานโตส ทำกำไรจาก เนย์มาร์ ไป 88 ล้านยูโร

6. ปอล ป็อกบา

Paul Pogba

หนึ่งในความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการเสีย ปอล ป็อกบา ให้กับ ยูเวนตุส ไปฟรีๆ เมื่อปี 2012

ป็อกบา เริ่มโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น เด่นซะจนทีมปีศาจแดงเริ่มเสียดายและต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวเขากลับสโมสร

จากของฟรีที่ ยูเวนตุส เซ็นสัญญาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย แมนยูไนเต็ด ต้องทุ่มเงินกว่า 105 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวแข้งรายนี้

ยูเวนตุส ทำกำไรจาก ปอล ป็อกบา ไป 105 ล้านยูโร

5. อุสมาน เดมเบเล่

Ousmane Dembele

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทุ่มเงินคว้าปีกอนาคตไกล อุสมาน เดมเบเล่ จาก แรนส์ สโมสรจากลีกเอิง ด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านยูโร

ด้วยทักษะที่ไม่ธรรมดาของแข้งรายนี้ เขาเล่นได้อย่างดีทั้งสองเท้าเรื่องความคล่องตัวและความเร็วของเขาจัดว่าเป็นอันดับต้นๆ จนสโมสรยักษ์ใหญ่เริ่มสนใจในตัวเขา

บาร์เซโลน่า ยอมทุ่มเงินกว่า 138 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวแข้งรายนี้ร่วมทีม แม้ว่าจะดูเหมือนไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเท่าไหร่ แต่สำหรับ ดอร์ทมุนด์ แล้ว เดมเบเล่ จัดว่าเป็นบ่อเงินบ่อทองสำหรับพวกเขาเลยทีเดียว

ดอร์ทมุนด์ ทำกำไรจาก อุสมาน เดมเบเล่ ไป 123 ล้านยูโร

4. ชูเอา เฟลิกซ์

Joao Felix

หนึ่งในเด็กปั้นที่เด็ดดวงที่สุดของ เบนฟิก้า ชูเอา เฟลิกซ์ แข้งที่ถูกตั้งความหวังให้เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คนใหม่ของโปรตุเกส

เฟลิกซ์ ในวัย 19 เขาทำไป 18 ประตูกับอีก 8 แอสซิส ให้กับ เบนฟิก้า ตอนปี 2018 ก่อนที่ แอตเลติโก มาดริด จะยอมทุ่มเงินมหาศาลถึง 126 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวไปร่วมทีมตอนปี 2019

เบนฟิก้า ได้กำไรจาก ชูเอา เฟลิกซ์ ไป 126 ล้านยูโร

3. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

Philippe Coutinho is currently on loan at Bayern Munich

อีกหนึ่งผู้เล่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์บราซิเลียนที่ยังหาบทสรุปของอนาคตตัวเองไม่ได้ในปัจจุบัน

หลายคนคงจำได้ดีโดยเฉพาะแฟนหงส์แดงว่าครั้งหนึ่งเขาคือผู้เล่นมากความสามารถประจำทีม แต่เขาก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมการ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวสูงถึง 145 ล้านยูโร

การย้ายไปร่วมงานกับทีมต่างดาวไม่ใช่การตัดสินใจที่นักเพราะเขาทำผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวังจนต้องถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งานในปัจจุบัน

ลิเวอร์พูล ทำกำไรจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไป 132 ล้านยูโร

2. เนย์มาร์

Neymar Jr.

ต้องยอมรับจริงๆ ว่า เนย์มาร์ คือผู้เล่นตัวทำเงินที่แท้จริง เพราะตั้งแต่ที่เขาย้ายจาก ซานโตส เขาก็ทำกำไรให้กับสโมสรสูงถึง 88 ล้านยูโร การย้ายทีมของเขาอีกครั้งก็ยังทำเงินให้กับสโมสรอีกเช่นกัน

การซื้อตัว เนย์มาร์ จาก บาร์เซโลน่า ในช่วงกำลังร้อนแรงนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะแน่นอนต้นสังกัดไม่มีปล่อยแข้งรายนี้ไปง่ายๆ แน่นอน แต่ด้วยกำลังเงินของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มันก็เป็นไปได้ พวกเขายอมทุ่มเงินสูงถึง 222 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว เนย์มาร์ ไปร่วมทีม

บาร์เซโลน่า ได้กำไรจาก เนย์มาร์ ไป 133 ล้านยูโร

1. คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้

The next big thing

หลังจากที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สร้างความตะลึงให้กับคนทั้งโลกด้วยการคว้าตัว เนย์มาร์ มาร่วมทีมด้วยเงินมหาศาล พวกเขาก็จัดต่อด้วยการปิดดีล คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้

หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นร่วมกับ โมนาโก โดยการพาทีมคว้าแชมป์เมื่อปี 2016 ปารีส แชงต์ แชร์กแมง ก็จัดการขอยืมตัวมาใช้งานพร้อมกับข้อตกลงในการซื้อขาดด้วยค่าตัว 135 ล้านยูโร ก่อนที่พวกเขาจะปิดดีลในฤดูกาลต่อมา

โมนาโก ได้กำไรจาก คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้ ไป 135 ล้านยูโร

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

ถึงเวลาผลัดเปลื่ยนยุคสมัย ลองมาดูว่าจะมีดาวรุ่งคนไหนที่สามารถเทียบสตาร์อย่าง”เมสซี่””เจ็ทโด้”ได้ไหม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ต่างชิงดีชิงเด่นกันตั้งแต่เป็นเวลาถึง 1 ทศวรรษ แต่ทั้งสองคนก็ต้องมีวันร่วงโรยด้วยอายุที่มากขึ้นตามลำดับ

แล้วใครล่ะจะเข้ามาแทนที่สุดยอดนักเตะทั้งสองคนในปัจจุบันและอนาคต?

เราได้รวบรวมสุดยอดดาวรุ่งพุ่งแรงในยุคนี้ และมีศักยภาพพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะในยุค 2020s จะมีใครกันบ้าง ไปดูกันเลย

คิลิยัน เอ็มบัปเป้: ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (21 ปี)

เอ็บัปเป้เพิ่งจะมีอายุเพียง 21 ปี แต่เขาคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสได้แล้วที่รัสเซียในปี 2018 และแน่นอนว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด

ด้วยความเร็วปานสปีดนรกและการจบสกอร์ที่เฉียบขาด ทำให้ตำแหน่งแข้งเบอร์หนึ่งของโลกอยู่ไม่ไกล

แต่จากการที่เขาค้าแข้งอยู่ในลีกฝรั่งเศสเพียงอย่างเดียว ซึ่งเราต่างรู้กันดีว่าฝีเท้าในลีกนั้นยังเป็นรองลีกอื่น ๆ อยู่อีกมาก ทำให้ยังคงมีเครื่องหมายคำถามสำหรับแข้งรายนี้ว่าถ้าเขาได้ลงเล่นในลีกที่ฝีเท้าใกล้เคียงกันอย่างพรีเมียร์ลีกหรือเซเรีย อา เขายังจะสามารถงัดฟอร์มเก่งแบบนี้ได้อยู่หรือไม่


ชูเอา เฟลิกซ์: แอตเลติโก มาดริด (20 ปี)

เขาย้ายมาจากเบนฟิก้าด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติของสโมสรถึง 113 ล้านปอนด์ขณะที่มีอายุเพียงแค่ 19 ปี และถือเป็นสถิติค่าตัวที่สูงที่สุดอันดับสามในขณะนั้น

แต่เขากลับไม่ได้แสดงผลงานได้อย่างเท่าที่ควรจากอาการบาดเจ็บที่เป็นปัญหาอยู่บ่อยครั้ง

แน่นอนว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในยอดแข้งและเป็นจอมถล่มประตูแห่งอนาคต ถึงแม้ว่าสไตล์การเล่นของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ จะเน้นไปทางเกมรับซะมากกว่าก็ตาม

แต่อย่าลืมว่าหนึ่งในศิษย์ก้นกุฏิของซิเมโอเน่นั่นคือยอดกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง อองตวน กรีซมันน์ และในอดีตทัพตราหมีก็ไม่เคยขาดแคลนกองหน้าชั้นเยี่ยมเลย นับตั้งแต่ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ไปจนถึง เซร์คิโอ้ ‘กุน’ อเกวโร่


เจดอน ซานโช่: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (20 ปี)

หากพูดถึงดาวรุ่งคงจะลืมอดีตเด็กปั้นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้คนนี้ไปไม่ได้

ซานโช่ย้ายออกจากเรือใบเพื่อตามหาโอกาสในการลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีม และเขาเลือกที่จะไปซบ ‘เสือเหลือง’ ที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมที่ปั้นนักเตะได้เก่งกาจที่สุด ซึ่งเขาก็ตัดสินใจถูก

เจดอนสร้างชื่อให้กับตัวเองได้อย่างรวดเร็วในฤดูกาลแรก (2018/19) ด้วยผลงาน 12 ประตูกับ 17 แอสซิสต์จากการลงสนามในบุนเดสลีก้า 34 นัด

และความร้อนแรงนั้นก็ยังส่งผลมาถึงฤดูกาลปัจจุบันที่ทำได้ถึง 14 ประตูกับอีก 16 แอสซิสต์จากากรลงสนามในลีกไปเพียง 23 นัด

จากตัวเลขดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในแข้งที่เนื้อหอมที่สุดในปัจจุบัน


อันซู ฟาติ: บาร์เซโลน่า (17 ปี)

ปีกความเร็วสูง, เลี้ยงบอลติดเท้า, จบสกอร์เฉียบขาด แน่นอนด้วยวัยเพียง 17 ปีกับความสามารถขนาดนี้ สื่อบางเจ้าถึงกับยกให้เขาเป็น ลิโอเนล เมสซี่ คนต่อไป

เขาเซ็นสัญญากับบาร์ซ่าด้วยอายุเพียง 10 ปี และกับวิกฤติกองหน้าที่บาร์ซ่ากำลังเผชิญ ทำให้สโมสรไม่มีทางเลือกต้องเข็นเด็กวัย 17 ปีรายนี้ลงสนาม และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง

เขากลายเป็นผู้ถือสถิติทำประตูให้กับทีมชุดใหญ่ที่มีอายุน้อยที่สุด, เป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดที่ทำประตูและแอสซิสต์ได้ในเกมเดียว และเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดของสโมสรที่ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ ลีก

หากจะถามถึงฝีเท้ากันเก่งกาจเกินวัย ก็คงไม่ต้องสงสัยกับประสิทธิภาพของอคาเดมี่อย่าง ลา มาเซีย ที่ปั้นนักเตะดังมากมายทั้ง ชาบี, อันเดรส อิเนียสต้า, และรุ่นพี่อย่าง ลิโอเนล เมสซี่

ปัจจุบันเขามีค่าฉีกสัญญาสูงถึง 170 ล้านยูโร และมีสิทธิ์พุ่งไปสูงถึง 400 ล้านยูโรเมื่อเขาเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว


เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์: ลิเวอร์พูล (21 ปี)

ถึงแม้ในรายชื่อจะมีแต่แข้งแนวรุก แต่เราจะลืมสุดยอดแบ็คขวาของลิเวอร์พูลอย่าง เทรนต์ ไปไม่ได้

เขาทำได้ดีทั้งการเล่นเกมรับและเกมรุก เขายังมีจุดเด่นอยู่ที่การวางยาวจากด้านข้าง ซึ่งทำแอสซิสต์ให้กับทีมได้อย่างมากมาย

เขาคว้าแชมเปี้ยนส์ ลีกกับลิเวอร์พูลเมื่อปีก่อน ด้วยผลงาน 4 แอสซิสต์ในรายการนั้น และที่แสบที่สุดคือวีรกรรมหลอกเล่นลูกเตะมุมในเกมรอบรองชนะเลิศกับบาร์เซโลน่า และทำให้พวกเขาเอาชนะไป 4-0 พร้อมผ่านเข้ารอบด้วยผลประตูรวม 4-3

ในฤดูกาลปัจจุบัน เขาแอสซิสต์ได้ถึง 12 ครั้ง เป็นรองเพียง เควิน เดอ บรอยน์ เพียงคนเดียวที่ 16 ครั้ง และเป็นแข้งแนวรับเพียง 1 ใน 2 คนที่ติดท็อป 5 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งอีกคนก็คือเพื่อนร่วมทีมของเขาอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน นั่นเอง


ไค ฮาแวร์ตซ์: ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (20 ปี)

ฮาแวร์ตซ์เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ไม่ได้เห็นมานานในเยอรมัน เขามีความฉลาดในการเล่น และด้วยวัยเพียง 20 ปีแต่ลงสนามให้กับทีมไปแล้วมากกว่า 100 นัด ทำให้เขามีทั้งฝีเท้าและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน

อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้เขาทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อลองมองดูยอดกองกลางหลายคนที่ต้องใช้เวลากว่าจะพัฒนามาเป็นแข้งระดับโลกอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฮาแวร์ตซ์คือหนึ่งในสุดยอดกองกลางแห่งอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย

และแน่นอน ใครก็ตามที่ทำผลงานได้ดีในบุนเดสลีก้า ก็ไม่พลาดที่ยอดนักดูดแข้งในตำนานอย่างบาเยิร์น มิวนิคจะให้ความสนใจในตัวเขา


ฟิล โฟเด้น: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (19 ปี)

หนึ่งในกองกลางดาวโรจน์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ ที่กระหายลงเล่นในเกมระดับสูงอยู่เสมอ ถึงแม้เจ้านายอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะไม่ค่อยให้โอกาสเขาเท่าไหร่นัก

หากนักฟุตบอลคนหนึ่งจะพัฒนาตัวเอง พวกเขาก็ต้องได้โอกาสลงฟาดแข้งในสนามจริง และกับอายุที่เกือบจะครบ 20 ปี ถ้าหากเขายังไม่ได้รับโอกาสที่มากพอ ก็สมควรที่เขาจะต้องออกไปหาโอกาสกับทีมอื่น

แต่คงไม่ง่ายนักที่นักเตะคนหนึ่งจะได้มีโอกาสลงฝึกซ้อมกับยอดกองกลางทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และถ้าหากเขาเลือกที่จะเรียนรู้จากยอดแข้งเหล่านั้นและปรับมาใช้ให้กับตัวเองได้ เชื่อว่าในอนาคตเขาจะเป็นหนึ่งในกำลังหลักของทัพเรือใบอย่างแน่นอน

ยิ่งเขาอยู่กับทีมมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจะได้รับอิทธิพลจากสไตล์การทำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มากเท่านั้น


โรดรีโก้: เรอัล มาดริด (19 ปี)

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากกับแข้งรายนี้ ที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นนัดแรกในเกมกับโอซาซูน่าเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาและทำประตูได้จากการลงมาเป็นตัวสำรองโดยใช้เวลาในสนามไปเพียง 94 วินาทีเท่านั้น

หลังจากนั้นเขาได้โอกาสลงสนามในเกมชุดสำรอง ก่อนที่ ซีเนอดีน ซีดาน จะเห็นแววและให้ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว

เขาเล่นบอลได้ทั้งสองเท้า เขาทำประตูในแบบที่คาดไม่ถึง การซัดแฮตทริคในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มกับกาลาตาซารายทำให้เขายิ่งกลายเป็นแข้งเนื้อหอมมากขึ้น แต่ชีวิตของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลย

เขาเป็นเด็กขี้อายและเงียบ แต่เมื่อได้ลงสนามเขากลายเป็นคนละคน เขาพร้อมเรียนรู้จากทุกคนในทีม และในห้องแต่งตัวของเรอัล มาดริดก็ยกย่องแข้งรายนี้อย่างมาก


เมสัน กรีนวู้ด: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (19 ปี)

สำหรับคนนี้ดูจะแปลกไปซักหน่อย เพราะเมื่อดาวรุ่งคนหนึ่งลงมาในสนาม เขาจะดูเก้ ๆ กัง ๆ และยังไม่ค่อยเข้ากับทีมไหร่ แต่ไม่ใช่กับกรีนวู้ด เขาดูมั่นคง จับจ้องไปที่การทำประตู ในสายตาเขาไร้ซึ่งความกลัวและพร้อมสำหรับเกมใหญ่อยู่เสมอ

เมื่อพูดถึงดาวรุ่งที่ฟอร์มกระฉูดที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกก็คงต้องเป็น เวย์น รูนี่ย์ ที่สร้างชื่อให้กับตัวเองตั้งแต่สมัยอยู่กับเอฟเวอร์ตัน และนักเตะพวกนั้นก็มักจะโผล่มาซัก 1 ในล้านคนได้

ถึงแม้กรีนวู้ดจะยังไม่ไปถึงจุดนั้น แต่เมื่อเขาเติบโตและได้โอกาสลับฝีเท้ามากขึ้น เขาจะกลายมาเป็นยอดดาวยิงแห่งยุคได้อย่างแน่นอน


แฟร์รัน ตอร์เรส: บาเลนเซีย (20 ปี)

ถือเป็นเพชรในตมที่นาน ๆ ทีบาเลนเซียจะมีแข้งหายากแบบนี้โผล่ขึ้นมา

ด้วยความมั่นใจในทักษะของเขา ทำให้ตอร์เรสตัดสินใจบอกกับสโมสรว่าอยากออกไปค้าแข้งที่อื่น แต่โชคดีที่ต้นสังกัดโน้มน้าวใจให้อยู่กับทีมได้

เขาลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ไปมากกว่า 50 นัด ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดกับแข้งที่มีอายุเพียงแค่นี้

เขากลายเป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรงที่สุดในบาเลนเซีย ด้วยตำแหน่งปีในแผน 4-4-2 แต่เจ้าตัวมักจะหุบเข้ามาเล่นด้านในเสมอ เขาเป็นตัวจบสกอร์ตามธรรมชาติ มีความเร็ว มีวิสัยทัศน์ยอดเยี่ยม และนับวันก็ยิ่งจะพัฒนาขึ้นไปอีก


เออร์ลิ่ง ฮาลันด์: โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (19 ปี)

นาทีที่กองหน้าที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดคงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เจ้าของฉายา ‘นิวซลาตัน’ ด้วยส่วนสูง 194 เซ็นติเมตรที่มีความคล่องแคล่วและจบสกอร์ได้เฉียบคม

เขาแจ้งเกิดกับ เรด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในฤดูกาลนี้จากผลงาน 16 ประตูกับ 6 แอสซิสต์ในครึ่งฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุด แต่ที่สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนให้กับเขาก็คงจะเป็นผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ถึงแม้จะไม่สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ แต่เขาจารึกสถิติซัดไปถึง 8 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ ทำให้เขากลายเป็นกองหน้าที่ร้อนแรงที่สุดในเวลานี้

หลังจากที่ตกเป็นข่าวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างหนัก แต่เข้าตัวตัดสินใจที่จะย้ายไปเล่นให้กับดอร์ทมุนด์แทน และเขาก็คิดไม่ผิดด้วยผลงาน 12 ประตูจาก 11 นัดรวมทุกรายการหลังย้ายมาร่วมทีมเมือเดือนมกราคม

จากแต่เดิมที่ย้ายมาด้วยค่าตัวเพียง 20 ล้านยูโร แต่ ณ ปัจจุบัน เชื่อเหลือเกินว่าจากฟอร์มการถล่มประตูที่ดูไม่มีตกหล่น ทำให้ค่าตัวของเขาน่าจะมีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านยูโรอย่างแน่นอน

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

น้อยคนจะรู้!! รวมแข้งก่อนเป็นท็อปสตาร์ พวกเค้าล้วนแต่ได้รับการฝึกฝีมือจากสโมสร”เซลต้า บีโก้”มาก่อน

หากพูดถึงศึก ลา ลีกา สเปน เชื่อว่าแฟนฟุตบอลในเมืองไทยส่วนใหญ่คงจะนึกถึงแต่ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด สองทีมยักษ์ใหญ่เป็นอันดับแรก

นอกจากนั้น อาจจะมี แอตเลติโก้ มาดริด, บาเลนเซีย, เซบีย่า รวมถึง บียาร์เรอัล ที่พอมีชื่อเสียงให้แฟน ๆ นึกถึงแทรกเข้ามาบ้าง

สำหรับวันนี้เราจะมาพูดทีมเล็ก ๆ อย่าง เซลต้า บีโก้ สโมสรที่ก่อตั้งมาเกือบ 100 ปี ในย่านเมืองบีโก แคว้นกาลิเซีย แต่กลับประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า อินเตอร์โตโต้ คัพ (ปัจจุบันไม่มีแข่งแล้ว) ได้เพียง 1 สมัย ในปี 2000

ส่วนการแข่งขันในประเทศพวกเขาไม่เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยได้แต่แชมป์ระดับเชกุนด้า (ลีกรอง) 3 สมัย พ่วงด้วยตำแหน่งรองแชมป์บอลถ้วยหรือโกปา เดล เรย์ อีกเพียง 3 ครั้งเท่านั้น

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นทีมเล็ก ๆ อย่างไรก็ตาม พวกเขามักจะมีนักเตะผีเท้าดี ๆ แวะเวียนมาค้าแข้งในถิ่น อาบานก้า-ไบไลโดส อย่างไม่ขาดสาย

จะมีแข้งดังผีเท้าดีคนไหนเคยผ่านการสวมยูนิฟอร์มของเซลต้า บีโก้ มาแล้วบ้าง เชิญติดตามรับชมกันได้เลยครับ!!

โรดริโก้ โมเรโน่

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 2005-2009

ลงเล่น : เฉพาะทีมเยาวชน

ต้นสังกัดปัจจุบัน : บาเลนเซีย

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม: 30 ล้านยูโร (ย้ายจาก เบนฟิก้า ไป บาเลนเซีย)

ดีเอโก้ คอสต้า

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 2007-2008 (ยืมตัว)

ลงเล่น : 31 นัด ยิงได้ 6 ประตู

ต้นสังกัดปัจจุบัน : แอตเลติโก้ มาดริด

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 66 ล้านยูโร (ย้ายจาก เชลซี ไป แอตฯ มาดริด)

ดาบิด ซิลบา

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 2005-2006 (ยืมตัว)

ลงเล่น : 38 นัด ยิงได้ 4 ประตู

ต้นสังกัดปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 28.75 ล้านยูโร (ย้ายจาก บาเลนเซีย ไป แมนฯ ซิตี้)

โคล้ด มาเกเลเล่

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 1998-2000

ลงเล่น : 86 นัด ยิงได้ 6 ประตู

ต้นสังกัดปัจจุบัน : เลิกเล่นแล้ว

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 20 ล้านยูโร (ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไป เชลซี)

โฆเซ่ เอ็นริเก้

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 2005-2006 (ยืมตัว)

ลงเล่น : 14 นัด

ต้นสังกัดปัจจุบัน : เลิกเล่นแล้ว

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 8.7 ล้านยูโร (ย้ายจาก บียาร์เรอัล ไป นิวคาสเซิล)

มิชู

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 2007-2011

ลงเล่น : 112 นัด ยิงได้ 17 ประตู

ต้นสังกัดปัจจุบัน : เลิกเล่นแล้ว

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 6 ล้านยูโร (ย้ายจาก ราโย่ ไป สวอนซี)

มิโด้

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ปี 2003 (ยืมตัว)

ลงเล่น : 8 นัด ยิงได้ 4 ประตู

ต้นสังกัดปัจจุบัน : เลิกเล่นแล้ว

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 8.8 ล้านยูโร (ย้ายจาก สเปอร์ส ไป มิดเดิลสโบรห์)

จูเซ็ปเป้ รอสซี่

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 2016-17 (ยืมตัว)

ลงเล่น : 29 นัด ยิงได้ 6 ประตู

ต้นสังกัดปัจจุบัน : รีล ซอลต์ เลค

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 10 ล้านยูโร (ย้ายจาก บียาร์เรอัล ไป ฟิออเรนติน่า)

ซโวนิเมียร์ โบบัน

เคยค้าแข้งกับเซลต้า : ระหว่างปี 2001-002 (ยืมตัว)

ลงเล่น : 6 นัด

ต้นสังกัดปัจจุบัน : เลิกเล่นแล้ว

ค่าตัวสูงสุดในการย้ายทีม : 8 ล้านยูโร (ย้ายจาก ดินาโม ซาเกร็บ ไป เอซี มิลาน)

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

ทีมเล็กๆที่สร้างเด็กให้ยิ่งใหญ่ กับ สโมสร”เลอ อาฟร์”ที่ปั้นเยาวชนมาเป็นสตาร์

หากกล่าวถึงสโมสรฟุตบอลที่ชื่อว่า เลอ อาฟร์ เชื่อว่ามีแฟน ๆ ลูกหนังจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อเสียงของทีมนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรถ้าคุณจะไม่รู้จักพวกเขา

เพราะปัจจุบัน เลอ อาฟร์ เป็นเพียงทีมเล็ก ๆ ที่เล่นอยู่ใน ลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส (ลีกรอง) แต่เหตุไฉนทีมเล็ก ๆ ทีมนี้ กลับมีเหล่าแข้งดังหลายรายที่เคยผ่านการเป็นนักเตะทั้งระดับเยาวชนและชุดใหญ่มาแล้ว

ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมเหล่าแข้งดัง ผู้ที่เคยผ่านการฝึกฝนและลงเล่นให้เลอ อาฟร์ จะมีใครติดโผกันบ้างเชิญรับชมกันได้เลยครับ!

ปอล ป็อกบา

เริ่มต้นกันด้วยอดีตเด็กปั้นที่โด่งดังที่สุดอย่าง ป็อกบา ซึ่งใครหลายคนเข้าใจผิดว่ามิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกรายนี้เป็นเด็กปั้นของแมนฯ ยูไนเต็ด

แต่อันที่จริงแล้ว เลอ อาฟร์ ต่างหากที่เป็นทีมปลุกปั้น ป็อกบา ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2007 โดยเจ้าตัวอยู่กับทีมได้ 2 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปอยู่อะคาเดมี่ของ “ปีศาจแดง” ในปี 2009

ขณะที่ทีมผู้ปลุกปั้นก็ไม่ได้เต็มใจที่จะปล่อยเพชรเม็ดงามรายนี้ไปให้กับทีมดังจากพรีเมียร์ลีกเลย ซึ่งภายหลังได้เกิดการฟ้องร้องจากทางฝั่งของ เลอ อาฟร์ อีกด้วย

ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า

เรื่องราวของเขาก่อนที่จะกลายมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ มันก็คล้าย ๆ กับพ่อค้าแข้งรายอื่น ๆ เมื่อศูนย์ฝึกลูกหนังหลายแห่งต่างปฏิเสธเขา เพราะมองว่ามิดฟิลด์เลือดน้ำหอมรายนี้ตัวเล็กและอ่อนแอเกินไป

อย่างไรก็ตาม เลอ อาฟร์ ไม่คิดเช่นนั้น พวกเขาให้โอกาสกับ ลาสซาน่า ตั้งแต่ระดับเยาวชน จนดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2004-05

จากนั้น ลาสซาน่า ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เล่นกับทีมใหญ่ ๆ หลายทีมไล่เรียงตั้งแต่ เชลซี, อาร์เซน่อล, เรอัล มาดริด, มาร์กเซย รวมถึง เปแอสเช สโมสรสุดท้ายที่เขาแขวนสตั๊ด เมื่อปี 2019

ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์

อดีตแข้งหงส์แดง ชุดแชมป์ยุโรป สมัยที่ 5 ในปี 2004-05 ก็เคยผ่านการเป็นเด็กสร้างของ เลอ อาฟร์ มาแล้วเช่นกัน

ปงโกลล์ ถือเป็นนักเตะจอมพเนจรคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะตลอดเส้นทางอาชีพของเขา หัวหอกจอมเก๋ารายนี้ลงเล่นมาแล้วถึง 14 สโมสร

และนอกเหนือจากลิเวอร์พูลแล้ว ปงโกลล์ ก็คงจะถูกจดจำได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะแฟนบอลไทยลีก ซึ่งครึ่งหนึ่งเจ้าตัวเคยย้ายมาเล่นให้กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล ระหว่างปี 2016-18

สตีฟ ม็องด็องด้า

คนส่วนใหญ่คงมองว่านายทวารจอมหนึบรายนี้น่าจะเป็นเด็กปั้นของโอลิมปิก มาร์กเซย มาตั้งแต่แรก

เนื่องจากเห็น ผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสวัย 34 ปี ลงเฝ้าเสาให้ มาร์กเซย มานานกว่า 1 ทศวรรษ จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของทีมไปแล้ว

อย่างไรก็ดีก่อนที่ ม็องด็องด้า จะย้ายมาสร้างตำนานกับมาร์กเซย เขาเคยเป็นเด็กปั้นของ เลอ อาฟร์ มาก่อนนั่นเอง

ดิมิทรี ปาเยต

แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศส ผ่านการลงเล่นให้ทีมอะคาเดมี่ของเลอ อาฟร์ ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ โดยเจ้าตัวใช้เวลาขัดเกลาฝีเท้ากับสถาบันแห่งนี้นานถึง 4 ปีด้วยกัน

ก่อนที่ชื่อเสียงของเขาจะเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตอนที่ย้ายไปร่วมทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติฝรั่งเศส พร้อมพาทัพตราไก่คว้ารองแชมป์ยูโร 2016

ในปี 2017 ปาเยต ย้ายกลับมาในลีกบ้านเกิดอีกครั้งกับทีมเก่าอย่างมาร์กเซย ซึ่งปัจจุบันเขายังคงเป็นตัวหลักของทีมเช่นเคย

ริยาด มาห์เรซ

สำหรับปีกจอมเทคนิคทีมชาติแอลจีเรีย อาจจะไม่ใช่นักเตะที่ฝึกฝนกับทีมอะคาเดมี่ของเลอ อาฟร์ ก็จริง แต่ มาห์เรซ ก็อยู่กับทีมมาตั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพิ่งจะ 19 ปีเท่านั้น

เขาใช้เวลาถึง 4 ปีในการพัฒนาฝีเท้า จนฟอร์มเข้าตาแมวมอง และได้ย้ายไปเล่นกับเลสเตอร์ด้วย ค่าตัวเพียง 5 แสนปอนด์ เมื่อปี 2014 ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์พา “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ความแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015-16 ไปแบบเหนือความคาดหมายใด ๆ

ปัจจุบัน มาห์เรซ กำลังค้าแข้งอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งค่าตัวของเขาในการย้ายจากเลสเตอร์ มาเล่นกับเรือใบสีฟ้า มีมูลค่าสูงถึง 60 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

เบนฌาแม็ง เมนดี้

อีกหนึ่งนักเตะที่ผ่านการฝึกศาสตร์ลูกหนังกับเลอ อาฟร์ แต่ไปโด่งดังกับมาร์กเซย ดั่งเช่น สตีฟ ม็องด็องด้า และ ดิมิทรี ปาเยต เขาคนนั่นก็คือ เบนฌาแม็ง เมนดี้

เมนดี้ เป็นเด็กสร้างของเลอ อาฟร์ พร้อมกับถูกดันขึ้นชุดใหญ่เมื่อ 2011 ก่อนจะย้ายมาเล่นให้กับ มาร์กเซย ในฤดูกาล 2013-14

จากนั้นย้ายไปคว้าแชมป์ลีก เอิง กับโมนาโก ในซีซั่น 2016-17 และโยกซบต้นสังกัดปัจจุบันอย่างแมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาลต่อมา ด้วยค่าตัว 52 ล้านปอนด์

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

holidaypp 063-1322218
line holiday
change_history