5 นักเตะที่ตัดสินใจขึ้นทีมยานแม่ แต่ดับเพราะไม่มีเซล์ลต่างดาว

5. อดาม่า ตราโอเร่

Adama Traore

ผู้เล่นที่ถูกยกให้เป็นผู้เล่นที่บึกบึนที่สุดใน พรีเมียร์ ลีก อดาม่า ตราโอเร่ เขาได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์อีกครั้งหลังย้ายมาร่วมงานกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อปี 2018

หลายคนอาจจะจำไม่ได้ว่าก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นนักกล้ามประจำรังหมาป่า เขาเคยเป็นเด็กปั้นของ บาร์เซโลน่า และเคยลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่มาแล้ว 4 นัด ก่อนจะตัดสินใจย้ายมา แอสตัน วิลล่า ในปี 2015 เพราะต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับความหินในการชิงตำแหน่งตัวจริง

อย่างไรก็ตามการย้ายทีมอีกครั้งของเขาในปี 2018 นั้นทำให้แข้งที่ชื่อว่า อดาม่า ตราโอเร่ ได้เป็นที่รู้จัก และด้วยความแข็งแกร่งกับความเร็วทำให้ทีมอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน มีแนวรุกที่น่ากลัวไม่แพ้ใครขึ้นมาทันใด

4. เอริค การ์เซีย

Eric Garcia

หากขึ้นชื่อว่า ลา มาเซีย แล้ว แน่นอนอคาเดมี่แห่งนี้ย่อมผลิตนักเตะฝีเท้าดีสู่ตลาดลูกหนังโลกเสมอ เฉกเช่นเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ อันเดรียส อิเนียสต้า การ์เลส ปูโยล และคนอื่นๆ

เอริค การ์เซีย ก็นับว่าเป็นผลผลิตชั้นยอดของ ลา มาเซีย เช่นกัน เขาเติบโตมาด้วยปรัชญาของทัพต่างดาว ก่อนที่จะย้ายไปร่วมงานกับชุดเยาวชนเรือใบสีฟ้าและขยับขึ้นมาเป็นผู้เล่นในทีมชุดหลักของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในเวลาไม่กี่ปี

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าด้วยอายุและฝีเท้าทำให้เขาตกเป็นที่สนใจของยักษ์ใหญ่มากมาย และดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในช่วงลังเลกับข้อเสนอที่ได้รับ เพราะล่าสุดยังไม่มีการยืนยันว่า การ์เซีย จะต่อสัญญากับเรือใบสีฟ้า และกำลังมีข่าวกลับไปร่วมงานกับทีมต่างดาวอีกครั้ง

3. เฮคเตอร์ เบเยริน

Hector Bellerin

เช่นเดียวกับสองแข้งที่กล่าวมาข้างต้อน เฮคเตอร์ เบเยริน ฟูลแบ็คหน้าหล่อจากอาร์เซน่อลก็เป็นอีกผู้เล่นที่เติบโตผ่านการพัฒนาฝีเท้าจากศูนย์ฝึก ลา มาเซีย ก่อนที่เขาจะย้ายมาร่วมสังกัดทัพปืนใหญ่ในปี 2011

อย่างไรก็ตามเขาใช้เวลา 2 ปีก่อนจะได้รับโอกาสมีชื่อในทีมชุดใหญ่ ด้วยความครบเครื่องและอเนกประสงค์ของแข้งรายนี้ทำให้เขากลายเป็นส่วนสำคัญในการพาทัพปืนใหญ่คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ สามสมัย

นอกจากย้ายไปคว้าแชมป์แล้ว การที่เขาได้เฉิดฉายร่วมกับยักษ์ใหญ่แห่งลอนดอนทำให้ถือเป็นใบเบิกทางที่ดีในการติดธงร่วมกับทัพกระทิง โดยที่ผ่านมาเขามีโอกาสลงสนามในทีมชาติมาแล้วตั้ง 4 นัด

  1. เมาโร อิคาร์ดี้
Mauro Icardi

อีกหนึ่งแข้งจากทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ที่ตัดสินใจแยกทางกับสโสรที่ปลุกปั้นมาเพื่อไปพิสูจน์ฝีเท้าไกลถึงแดนมักโรนีเพราะดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยถูกจริตกับระบบของทัพต่างดาวในขณะนั้น

อิคาร์ดี้ เริ่มต้นค้าแข้งที่อิตาลีร่วมกับ ซามพ์โดเรีย ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อจนดังเป็นพลุแตกร่วมกับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยสถิติ ทำไป 103 ประตูจากการลงสนาม 188 นัดในเซเรีย อา โดยล่าสุดเขาได้ย้ายไปร่วมงานกัน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และทำไป 22 ประตูจากการลงสนาม 38 นัดทุกรายการ

ด้วยเส้นทางค้าแข้งที่หัวหอกอาร์เจนไตน์รายนี้ได้เลือกดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางที่ถูกต้องสำหรับเขา เพราะหากเขายังฝืนทนร่วมงานกับทีมต่างดาวต่อไม่แน่ เมาโร อิคาร์ดี้ อาจไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นยอดหัวหอกของโลกอีกรายก็เป็นได้

  1. ติอาโก้ อัลคันตาร่า
Thiago Alcantara

สำหรับแข้งที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าพวกเขาตัดสินใจแยกทางกับทัพต่างดาวหลังจากได้ขยับมาเล่นทีมชุดใหญ่ไม่นาน แต่สำหรับ ติอาโก้ อัลคันตาร่า นั้นต่างออกไป

มิดฟิลด์เลือดกระทิงเริ่มฉายแสงตั้งแต่สมัยร่วมงานกับ บาร์เซโลน่า โดยเขาทำไป 10 ประตูพร้อมกับ 20 แอสซิส ด้วยการลงสนาม 100 นัด ซึ่งถือว่าแข้งรายนี้ได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่กว่ารายอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แต่อย่างไรก็ตามการแย่งตำแหน่งตัวจริงจากผู้เล่นอย่าง ซาบี และ อิเนียสต้า นั้นเป็นอะไรที่ยากเกินไป

เขาตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกจริงๆ เพราะที่เก่าว่าปังแล้วที่นี่ยิ่งปังกว่า เขาร่วมกับทัพเสือใต้คว้าบุนเดสลีก้ามากถึง 7 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย

อย่างไรก็ตามความปังของเขาดูเหมือนจะยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้เพราะล่าสุดเขาย้ายไปร่วมงานกับ ลิเวอร์พูล พร้อมกับทำสถิติจ่ายบอลมากและไร้ที่ติที่สุดตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม

รียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

ดีลที่สำเร็จและอดรอชมการเล่นแทบไม่ไหวของฟุตบอลยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อนมาแข่งในปี 2021

ฟุตบอลยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อนมาแข่งในปี 2021 จะเปิดฉากขึ้น หลายทีมตัวเต็งต่างพาเหรดกันเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายกันอย่างพร้อมเพรียง

แต่ก็มีสุดยอดนักเตะอีกหลายคนที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันเพราะทีมชาติตัวเองทำผลงานได้ไม่ดีพอ

เรามาดูกันว่า 10 แข้งที่ค่าตัวแพงสุดในโลกคนใดอดเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายยูโร 2020 นี้ (อ้างอิงค่าตัวจากเว็บไซต์ชื่อดัง Transfermarkt)


(ร่วม) 9. ลูก้า โยวิช (เซอร์เบีย) – 22 ล้านปอนด์

จากที่สก็อตแลนด์กำลังจะเข้ารอบ ท้ายเกมเซอร์เบียได้ประตูตีเสมอจากยอดดาวยิงสังกัดเรอัล มาดริด ลูก้า โยวิช จนทำให้ต้องเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ต้องพ่ายแพ้ไปในการดวลจุดโทษตัดสิน

ถึงแม้เจ้าตัวจะทำผลงานได้ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าใดนักกับต้นสังกัด แต่กับทีมชาติเขาคือเดอะแบกอย่างแท้จริง แต่น่าเสียดายที่ยูโร 2020 ต้องอดยลฝีเท้าของแข้งรายนี้


(ร่วม) 9. มาราช คุมบุลล่า (อัลเบเนีย) – 22 ล้านปอนด์

อัลเบเนียทำช็อคด้วยการเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายรายการนี้เมื่อสี่ปีก่อนโดยเอาชนะโรมาเนียไปได้ในรอบเพลย์ออฟและเกือบแบ่งแต้มกับเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศสไปได้

กองหลังสังกัดโรม่าวัย 20 ปีน่าจะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติและในรายการนี้ แต่พวกเขาต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดายเมื่อทำได้เพียงจบอันดับที่สี่ในกลุ่มเอช


8. นิโกล่า มิเล็นโควิช (เซอร์เบีย) – 25 ล้านปอนด์

เซอร์เบียคือหนึ่งในทีมที่น่าผิดหวังมากที่สุดหากดูชื่อชั้นของนักเตะในประเทศตัวเอง ทั้งชวดตั๋วในรอบแบ่งกลุ่มกลุ่มบีให้กับยูเครนและโปรตุเกส และยังต้องผิดหวังซ้ำในรอบเพลย์ออฟกับสก็อตแลนด์อีก

กองหลังฟิออเรนติน่าวัย 23 ปีคือหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับความคาดหมายว่าจะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในยูโรครั้งนี้ แต่กลับต้องเจอกับความผิดหวัง

อย่างไรก็ตามพอจะมีข่าวดีอยู่บ้างเมื่อยักษ์ใหญ่อย่างยูเวนตุสกำลังให้ความสนใจ


(ร่วม) 6. คอสตาส มาโนลาส (กรีซ) – 28 ล้านปอนด์

นับตั้งแต่คว้าแชมป์ูยโรเมื่อปี 2004 พวกเขาก็เข้ารอบสุดท้ายรายการใหญ่ ๆ เรื่อยมา

หลังทำได้เพียงอันดับที่สามในกลุ่มเจตามหลังฟินแลนด์ และฟอร์มการเล่นที่รับไม่ได้ในเนชั่นส์ ลีก ทำให้มาโนลาสชวดลุยยูโรครั้งแรกในอาชีพของเขา


(ร่วม) 6. ฟิลิป คอสติช (เซอร์เบีย) – 28 ล้านปอนด์

ปีกจากไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตจะชวดลุยยูโร 2020 ถึงแม้เจ้าตัวจะเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมในบุนเดสลีก้ามาตลอดก็ตาม


5. มาร์ติน โอเดการ์ด (นอร์เวย์) – 40 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งทีมที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเมื่อยูโรไม่มีพวกเขา

ถึงแม้จะมีสตาร์ล้นทีม แต่นอร์เวย์ก็ทำผลงานได้น่าผิดหวังในรอบเพลย์ออฟหลังจากจบอันดับสามของกลุ่มเอฟรองจากสเปนและสวีเดน ต่อด้วยการแพ้เซอร์เบีย 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษรอบเพลย์ออฟ

แม้จะเริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งกับเรอัล มาดริดในฐานะนักเตะชุดใหญ่แบบเต็มตัวในฤดูกาล 2020/21 นี้ แต่โอเดการ์ดก็ต้องอดวาดลวดลายในยูโร 2020 ซะได้


4. มิราเล็ม ปยานิช (บอสเนีย) – 45 ล้านปอนด์

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าในช่วงเยาวชนเขาเคยลงเล่นเกมทีมชาติกับลักเซมเบิร์กก่อนจะเปลี่ยนใจมาเล่นให้กับบ้านเกิดเมื่อปี 2008

หลังจากลงเล่นฟุตบอลโลก 2014 กับบอสเนีย แข้งบาร์เซโลน่ารายนี้ก็อดลงเล่นรายการใหญ่อย่างยูโร 2020 ที่โดนไอร์แลนด์เหนือเขี่ยตกรอบเพลย์ออฟ


3. เซอร์เกย์ มิลินโควิช-ซาวิช (เซอร์เบีย) – 58 ล้านปอนด์

สุดยอดมิดฟิลด์จากลาซิโอ้ทำผลงานอย่างสุดยอดกับต้นสังกัดจนทำให้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเชลซี

แต่น่าเสียดายที่เขาอดคว้าโอกาสไปเล่นในยูโรซัมเมอร์หน้าด้วยน้ำมือของทีมโกงตายอย่างสก็อตแลนด์ในรอบเพลย์ออฟ


2. เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ (นอร์เวย์) – 71.5 ล้านปอนด์

เจ้าของรางวัล ‘โกลเด้น บอย 2020’ หมาด ๆ เพิ่งจะทำสี่ประตูในบุนเดสลีก้าใส่แฮร์ธ่า เบอร์ลิน แต่แม้ฟอร์มส่วนตัวจะโหดขนาดไหนก็ไม่สามารถแบกทีมเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายยูโร 2020 ได้

เขาทำไป 6 ประตูจาก 7 นัดให้กับนอร์เวย์ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะฝ่าด่านเซอร์เบียในรอบเพลย์ออฟ


1. แยน โอบลัค (สโลวีเนีย) – 80 ล้านปอนด์

นี่คือผู้รักษาประตูที่ได้ชื่อว่าฝีมือดีที่สุดในโลก ณ เวลานี้ กับผลงานในแอตเลติโก มาดริดที่รั้งรองจ่าฝูงในลา ลีก้าตามหลังเรอัล โซเซียดาดเพียง 3 คะแนนแต่แข้งน้อยกว่าถึงสองนัด

ใครก็อยากเห็นฝีมือการเซฟของมือกาวรายนี้ แต่โชคชะตาเล่นตลกเมื่อเขาดันเกิดผิดประเทศ

สโลวีเนียไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในรายการใหญ่ได้เลยนับตั้งแต่เขาเทิร์นโปรกับตราหมี และเขายังเคยรับบทตัวสำรองให้กับมือกาวจากอินเตอร์ มิลานอย่าง ซามีร์ ฮันดาโนวิช อยู่หลายปี

รียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

จัดสุดยอดทีมของ”ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก”จากนักเตะในอดีตจนถึงปัจจุบัน

เรียกได้ว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในในโลก และแข้งทั่วโลกก็ต่างก็อยากสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้น

นั่นหมายความว่าสุดยอดนักเตะทั่วสารทิศพยายามพัฒนาฝีเท้าเพื่อให้ได้ค้าแข้งใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

นับตั้งแต่มีการแข่งขันนี้เกิดขึ้น มีนักเตะยอดฝีมือมากมายต่างวาดลวดลายให้คนทั่วโลกยลโฉม

และล่าสุด แฟนบอลทั่วโลกต่างลงคะแนนโหวตชุด 11 ตัวจริงยูฟ่ายอดเยี่ยมตลอดกาล จะมีใครกันบ้าง ไปดูกันเลย…


ผู้รักษาประตู: อิเคร์ กาซิยาส

มีผู้รักษาประตูมากมายนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อพิจารณาจากความสำเร็จและฝีมือส่วนตัวก็ไม่มีใครกังขาความสุดยอดของกาซิยาสในรายการนี้

นอกจากการคว้าแชมป์รายการนี้ 3 สมัยกับเรอัล มาดริดรวมถึงแชมป์ยูโรอีกสองสมัยกับทีมชาติสเปน เขายังเป็นนักเตะที่ลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกมากที่สุดถึง 177 นัดด้วยกัน


แบ็คขวา: เซร์คิโอ้ รามอส

ไม่น่าแปลกใจหากกัปตันทีมเรอัล มาดริดรายนี้ต้องเขยิบมาเล่นเกมรับทางฝั่งขวาเพราะเขาเคยเล่นตำแหน่งนี้มาก่อนในช่วงต้นอาชีพ

เพื่อนร่วมทีมกาซิยาสทั้งในสโมสรและทีมชาติ รามอสคืออีกคนหนึ่งที่คว้าแชมป์ยูโรสองสมัยติดต่อกัน แต่เขาทำได้ดีกว่าในเรื่องของแชมเปี้ยนส์ลีกที่กวาดไป 4 สมัยระหว่างฤดูกาล 2014-2018


เซ็นเตอร์: เคราร์ด ปีเก้

หนึ่งในผลผลิตจากลา มาเซีย (ศูนย์พัฒนาเยาวชนของบาร์เซโลน่า) ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง

เขาลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกไปมากกว่า 100 นัดและคว้าแชมป์ไปสามสมัย รวมถึงแชมป์ยูโรอีกหนึ่งสมัย


เซ็นเตอร์: การ์เลส ปูโยล

ปีเก้และปูโยลจับคู่ได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงยุคทองของบาร์เซโลน่า

พวกเขาคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยกันตั้งแต่ปี 2006, 2009, และ 2011 และยังคว้าแชมป์ยูโรกับทีมชาติสเปนร่วมกันได้อีกในปี 2008


แบ็คซ้าย: ฟิลิปป์ ลาห์ม

ได้ชื่อว่าเป็นแบ็คซ้ายที่เก่งที่สุดตลอดกาลของบาเยิร์น มิวนิคและของโลกนี้ ด้วยฟอร์มสม่ำเสมอและระเบียบวินัยที่ยอดเยี่ยม

ลาห์มลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกไป 112 นัดให้กับทั้งสตุ๊ตการ์ทและบาเยิร์น โดยคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2013 ก่อนจะแขวนสตั๊ดในขณะที่ยังมีฝีเท้ายอดเยี่ยมเมื่อปี 2017 ด้วยวัยเพียง 34 ปี


กองกลาง: สตีเว่น เจอร์ราร์ด

หนึ่งเดียวในรายชื่อนี้ที่มาจากเกาะอังกฤษ นั่นคือกัปตันทีมลิเวอร์พูล สตีเว่น เจอร์ราร์ด

เจอราร์ดคือคนเดียวในรายชื่อนี้ที่ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีกไม่ถึง 100 นัด แต่ด้วยผลงานเขย่าโลกที่พาหงส์แดงคัมแบ็คอย่างยิ่งใหญ่ในอิสตันบูลเมื่อปี 2005 ทำให้เขากลายเป็นบุคคลในตำนานประจำรายการนี้อย่างไม่ต้องสงสัย


กองกลาง: ชาบี เอร์นานเดซ

ทั้งผลงานกับทีมชาติสเปนและกับบาร์เซโลน่า หากไม่มีชื่อเขาอยู่ในทีมนี้ก็คงจะประหลาดใจไม่น้อย

เขาลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก 151 นัดตลอด 17 ปีที่อยู่กับต้นสังกัดทำให้เขานั่งแท่นอันดับสามลงเล่นมากที่สุดในรายการนี้

เขาคว้าแชมป์กับทีมถึง 4 สมัยในปี 2006, 2009, 2011, และ 2015


กองกลาง: อันเดรส อิเนียสต้า

หากพูดถึงชาบีแล้ว จะไม่ถูกถึงอิเนียสต้าก็กระไรอยู่

คู่หูคู่นี้ประสานงานกันได้อย่างสุดเพอร์เฟ็คต์ในถิ่นคัมป์ นูและคว้าแชมป์ได้สี่สมัยเท่ากัน

นอกจากนี้ทั้งสองคนยังเป็นกำลังหลักของทีมชาติสเปนที่พาทัพกระทิงดุคว้าแชมป์ยูโรในปี 2008 และ 2012 อีกด้วย


ปีกขวา: ลิโอเนล เมสซี่

แข้งรายที่ห้าที่มาจากผลผลิตของลา มาเซีย และได้ชื่อว่าเป็นแข้งเก่งที่สุดตลอดกาล

เขาคว้าแชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัยและเป็นแข้งเพียงคนเดียวในรายชื่อนี้ที่ไม่ได้มาจากยุโรป

จากผลงานสุดสะแด่วแห้วตลอดชีวิตการค้าแข้ง ทำให้เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของยูฟ่า 11 จาก 12 ครั้งหลังสุด โดยปีที่ไม่มีชื่อคือปี 2013 ซึ่งเป็น แกเร็ธ เบล ที่แย่งตำแหน่งไป


ปีกซ้าย: คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แน่นอนว่ามีเมสซี่ก็ต้องมีโรนัลโด้ ที่ต่างฝ่ายต่างเป็นคู่รักคู่แค้นกันมาตลอดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมากับทั้งบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด

131 ประตูจาก 171 นัดในแชมเปี้ยนส์ลีก เขาทำประตูได้มากกว่าเมสซี่ 13 ลูกและตามหลังสถิติลงสนามมากที่สุดของกาซิยาสเพียง 6 นัด

นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์ได้ถึง 5 สมัยทั้งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเรอัล มาดริด รวมถึงยังคว้าแชมป์ยูโรกับทีมชาติโปรตุเกสเมื่อปี 2016 ได้อีก


กองหน้า: เธียร์รี่ อองรี

จะว่าเป็นแข้งรายที่หกจากบาร์เซโลน่าก็ได้ที่มีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้เพียงเพราะความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมกับเจ้าบุญทุ่ม แต่หากจะยกฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัวแน่นอนว่าจะต้องเป็นสมัยที่อยู่กับอาร์เซน่อล

อองรีเจ็บแค้นบาร์ซ่ามาตลอดที่โดนแซงเอาชนะอาร์เซน่อลในนัดชิงเมื่อปี 2006 ก่อนจะตัดสินใจย้ายฝั่งและได้ชูถ้วยอย่างที่ฝันเมื่อปี 2009

รียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

พอแล้วฉันเหนื่อยแล้ว..รวมสตาร์ที่คุณจะไม่ได้เห็นเค้าในซีซั่นหน้า หลังจบฤดูกาล 2019/20

หลังจากโลดแล่นในวงการฟุตบอลมาเป็นเวลานาน เป้าหมายสุดท้ายของนักฟุตบอลทุกคนนั่นคือากรแขวนสตั๊ดอย่างสวยงามกับสโมสรใดสโมสรหนึ่ง

และหลังจบฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา มีนักเตะดาวดังมากมายที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ด หลายคนถึงวัยที่เหมาะ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ฝีเท้ายังเล่นในระดับสูงได้สบาย

มาดูกันว่า 16 แข้งที่ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาลนี้มีใครกันบ้าง

สล็อตคาสิโน

1. มิลาน บารอส

กองหน้าลิเวอร์พูลชุด ‘ปาฏิหาริย์อิสตันบูล’ ในแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2005

อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์ยุโรปปี 2005 ตัดสินใจจบเส้นทางอาชีพของตัวเองด้วยวัย 38 ปี

ตำนานทีมชาติเช็กคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในฟุตบอลยูโร 2004 และทำประตูในนามทีมชาตได้ 41 ลูกจากการติดทีมชาติ 93 นัด

ช่วงที่ถือได้ว่าพีคที่สุดในอาชีพคือสมัยที่ค้าแข้งกับยักษ์ใหญ่ในตุรกีอย่างกาลาตาซาราย โดยซัดไปทั้งหมด 61 ประตูใน 116 นัด


2. อันเดร เชือร์เล่

ผู้ทำแอสซิสต์ให้ มาริโอ เกิตเซ่ ช่วยให้เยอรมันคว้าชัยเหนืออาร์เจนติน่า 1-0 คว้าแชมป์โลก 2014 ได้สำเร็จ

การตัดสินใจครั้งนี้ของอดีตแข้งแชมป์โลกจากเยอรมันต้องทำให้หลายคนประหลาดใจ เมื่อเขาประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 29 ปี

ก่อนหน้านี้เชือร์เล่ค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์แต่ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งยึดตัวจริงภายในทีมได้ ก่อนจะถูกปล่อยให้ สปาร์ตัก มอสโคว์ยืมตัวเมื่อฤดูกาลก่อน

“การตัดสินใจครั้งนี้มาจากความคิดที่ก่อตัวในใจผมมาอย่างยาวนาน” เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อเมืองเบียร์ชื่อดัง Der Spiegel

“ผมไม่ต้องการเสียงปรบมืออีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกมันหยั่งรากลึกลงทุกที และความสนุกก็ลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ

“คุณมักจะมีส่วนสำคัญกับบทบาทของตัวเองเพื่ออยู่รอดในวงการนี้ ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องเสียงานและหางานใหม่ไม่ได้ มีเพียงผลงานในสนามเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนด”


3. มาริโอ โกเมซ

กองหน้าสุดอันตรายแห่งบุนเดสลีก้า

หนึ่งในกองหน้าที่ฟอร์มดีก็ดีจนน่าใจหาย แต่ถ้าฟอร์มแย่ก็ไม่เอาอะไรเลยเช่นกัน

โดยเฉพาะตอนที่เขาพลาดทำประตูง่าย ๆ ในเกมที่เยอรมนีเจอกับออสเตรียฟุตบอลยูโร 2008 จนทำให้ถูกแฟนบอลตัวเองโห่ใส่

แต่โกเมซวัย 35 ปียังคว้ารางวัลนักฟุตบอลเยอรมันยอดเยี่ยมกับสตุ๊ตการ์ท, คว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิค, และทำ 23 ประตูจาก 39 นัดที่ลงสนามในแชมเปี้ยนส์ลีก

นอกเหนือจากนั้นเขายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำประตูมากที่สุดภายในฤดูกาลเดียวให้กับเบซิคตัสในฐานะนักเตะต่างชาติอีกด้วย

และสโมสรสุดท้ายในชีวิตของเขานั่นคือสตุ๊ตการ์ท ที่เขาทำประตูสุดท้ายช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นมาเล่นในบุนเดสลีก้าได้สำเร็จ


4. เลห์ตั้น เบนส์

หนึ่งในแบ็คซ้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษและตำนานเอฟเวอร์ตันประกาศแขวนสตั๊ดเป็นที่เรียบร้อย

กับ 39 ประตูและ 37 แอสซิสต์ เขาคือกองหลังที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

เบนส์ลงสนาม 20 นาทีในเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับบอร์นมัธ ซึ่งแพ้ไป 3-1

ด้วยวัย 35 ปี เขาตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ถึงแม้จะได้รับข้อเสนอจากกุนซืออาย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ให้เปลี่ยนบทบาทขึ้นมาเป็นทีมงานโค้ชก็ตาม


5. โกรัน ปานเดฟ

หนึ่งในแข้งอินเตอร์ มิลานชุดทริปเปิ้ลแชมป์ฤดูกาล 2009/10

ในประเทศตัวเองเขาคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปานเดฟจบอาชีพกับเจนัวในเซเรีย อา ด้วยสถิติ 56 ประตูจาก 130 นัด

แข้งทีมชาติมาซิโดเนียทำสถิติดีที่สุดด้วยการทำ 34 ประตูจากการติดธง 108 นัด

ปานเดฟวัย 37 ปียังเคยค้าแข้งให้กับทีมชั้นนำในอิตาลีมากมายทั้งอินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ้, และนาโปลี

เขายังเป็นหนึ่งในแข้งที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์กับอินเตอร์ภายใต้กุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ในปี 2010 อีกด้วย


6. มิเล่ เยดินัค

อดีตกัปตันทีมคริสตัล พาเลซถูกแอสตัน วิลล่าปล่อยตัวเมื่อปี 2019 หลังช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพพร้อมกับเลื่อนชั้นมาเล่นบนพรีเมียร์ลีดได้สำเร็จ

ปีถัดมาเขาเข้ารับงานโค้ชให้กับอคาเดมี่ของสโมสรเดิม

แต่เยดินัควัย 35 ปีรู้สึกว่าตัวเองยังดีพอที่จะวาดลวดลายบนพื้นหญ้าโดยกล่าวว่าเขายังไม่ประกาศแขวนสตั๊ด โดยมีสโมสรในเอ-ลีก ออสเตรเลียอย่าง แม็คอาเธอร์ เอฟซี กำลังให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธข้อเสนอนั้นในที่สุดและประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการพร้อมกล่าวว่า “ถึงเวลาสำหรับชีวิตบทใหม่แล้ว”


7. เคลาดิโอ ปิซาร์โร่

เจ้าของสถิติทำประตูได้ทุกปีในหน้าปฏิทินในบุนเดสลีก้าตั้งแต่ปี 1999

หนึ่งในตำนานทีมชาติเปรูและบุนเดสลีก้าประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัย 41 ปี

เขาจบอาชีพกับแวร์เดอร์ เบรเมน ซึ่งถือได้ว่าเป็นทีมที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุดโดยทำไป 153 ประตูจาก 320 นัดรวมทุกรายการ

ปิซาร์โร่ยังเคยค้าแข้งในอังกฤษกับเชลซีหนึ่งฤดูกาล แต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนกับสมัยที่อยู่ในเยอรมัน

เขายังเคยอยู่กับบาเยิร์น 6 ปี และทำได้ 125 ประตูจากการลงสนาม 327 นัด


8. เกลสัน เฟอร์นันเดส

อดีตแข้งที่ได้ชื่อว่ายอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ

ได้ชื่อว่าเป็นกองกลางจอมเพนจรรายหนึ่ง ก่อนจะจบอาชีพตัวเองด้วยวัยเพียง 33 ปี

เขาเคยค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้สมัยกุนซือ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน ระหว่างปี 2007-09 และได้รับฉายาว่าเป็นดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์

เมื่อถึงยุคของ มาร์ค ฮิวจ์ส เฟอร์นันเดสกลับถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย

และหลังย้ายไปร่วมทีมเลสเตอร์ ซิตี้ภายใต้กุนซือ ไนเจล เพียร์สัน เขาก็ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้เหมือนเคย

แต่หลังจากนั้นทั้งกับแรนส์และไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต แฟร์นันเดสคือกำลังสำคัญของต้นสังกัดที่เหมือนกับเป็นคนใหม่อีกครั้ง


9. เอสซาม เอล-ฮาดารี่

แม้จะอายุ 45 ปี แต่ก็ยังโชว์เซฟได้ไม่อายรุ่นน้องในฟุตบอลโลก 2018

ผู้รักษาประตูทีมชาติอียิปต์วัย 47 ปีกลายเป็นแข้งอายุมากสุดที่ลงสนามในฟุตบอลโลก โดยปรากฏตัวในฟุตบอลโลก 2018 ด้วยวัย 45 ปี

แต่นอกเหนือจากสถิติข้างต้น เอล-ฮาดารี่ยังติดทีมชาติ 159 นัด, คว้าแชมป์อียิปต์พรีเมียร์บลีก 8 สมัย, CAF แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 4 สมัย, เช่นเดียวกับแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์อีก 4 สมัย

“ฟุตบอลคือภรรยาคนที่สองของผมและผมก็ต้องหย่าจากกันแล้ว” เอล-ฮาดารี่ให้สัมภาษณ์หลังประกาศแขวนสตั๊ด

“ผมจะไม่กลับมาโลดแล่นในวงการฟุตบอลอีกต่อไปแล้ว ฟุตบอลทั้งระบบมีข้อผิดพลาดและเหล่าผู้บริหารก็โจมตีกันเอง และบางทีพระเจ้าน่าจะเข้าข้างนักเตะบ้าง”


10. อาริตซ์ อาดูริซ

ประตูเดียวที่ทำได้ในฤดูกาลสุดท้ายของเจ้าตัว และนั่นคือการตีลังกาสุดสวยพาทีมคว้าชัยเหนือบาร์เซโลน่า

หนึ่งในกองหน้าระดับตำนานของลา ลีก้าและแอธเลติก บิลเบาประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัย 39 ปี ซึ่งถึงว่าเป็นช่วงอายุที่ยาวนานเกินไปด้วยซ้ำในตำแหน่งนี้

และถือว่าเป็นขิงแก่สำหรับเขาที่โชว์ผลงานดีที่สุดด้วยวัย 35 ปีในฤดูกาล 2015/16 โดยซัดไป 36 ประตูจากการลงสนาม 55 นัด

แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ถึงกับต้องเปลี่ยนสะโพกใหม่ นั่นทำให้เขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเลิกเล่นอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากเป็นผู้พิการไปซะก่อน

ในฤเูกาลนี้เขาแทบจะไม่มีส่วนร่วมในสนาม โดยลงเล่นเพียง 17 นัดและทำประตูได้เพียงลูกเดียว แต่ประตูนั้นกลับมีความหมายมากที่สุดลูกหนึ่งเมื่อเขาซัดประตูชัยในนาทีที่ 89 ใส่บาร์เซโลน่า


11. ดาวิด เอ็นก็อก

ประตูสร้างชื่อให้กับดาวรุ่งอย่างเอ็นก็อก ก่อนจะกลายเป็นดาวตกในช่วงเวลาเพียงไม่นาน

เอ็นก็อกใกล้เคียงที่จะเป็นตำนานให้กับลิเวอร์พูลหลังทำประตูช่วยให้ทีมเอาชนะคู่ปรับอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อปี 2009

ขณะนั้นเขามีอายุเพียง 20 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขากลับไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองในระยะยาวกับทีมได้

หลังจากนั้นเขาพเนจรไปเรื่อยทั้งกับโบลตั้นและสวอนซี แต่จนแล้วจนรอดก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าใดนัก จนทำให้เขาต้องย้ายหลักปักฐานไปอยู่ในฝรั่งเศสกับแร็งส์ และนั่นเป็นที่ที่เขาทำได้ดีที่สุดด้วยตัวเลข 10 ประตูจาก 48 นัด

อย่างไรก็ตาม เขาต้องชีพจรลงเท้าอีกครั้งด้วยการย้ายไปเล่นทั้งในกรีซ, สก็อตแลนด์, ฮังการี่, และสิ้นสุดที่ลิธัวเนียกับสโมสรซัลกิริสก่อนจะแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 31 ปี


12. บรูโน่ โซริอาโน่

สุดยอดตำนานเรือดำน้ำสีเหลือง

กัปตันทีมบียาร์เรอัลได้ชื่อว่าเป็น ‘วัน แมน คลับ’ โดยค้าแข้งอยู่กับสโมสรเดียวตลอดชีวิต และลงสนามให้กับเรือดำน้ำสีเหลืองไปทั้งสิ้น 424 นัด

แต่โซริอาโน่ไม่ได้ลงสนามนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2017 หลังได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ช่วงล็อคดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19ถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้เขาฟื้นตัวและลงสนามเป็นศรีแก่ทีมได้ในช่วงสองนาทีสุดท้ายกับเซบีย่าเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

หลังจบเกม เขาได้รับการปรบมืออย่างแซ่ซ้องจากบุคลากรทุกคนภายในทีม และนั่นคือตำนานบทสุดท้ายของแข้งวัย 36 ปีรายนี้


13. โลอิค แปร์แร็ง

เกมนัดสุดท้ายของเขายังฝากรอยแผลที่ยากจะลืมเลือนให้กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้

อีกหนึ่งแข้งที่ได้รับฉายา ‘วัน แมน คลับ’ กับแซงต์-เอเตียน ที่ถึงแม้จะประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่เขาก็ยังฝากรอยแผลที่ไม่มีวันลืมให้กับ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ในการเข้าสกัดอย่างจังจนทำให้ฝ่ายหลังต้องลงไปดิ้นกับพื้นอย่างทุรนทุรายในเกมนัดชิงบอลถ้วยกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง

แปร์แร็งถูกใบแดงไล่ออกจากสนามโดยทันที และนั่นคือการลงสนามนัดสุดท้ายของเขากับต้นสังกัดก่อนจะเลิกเล่นด้วยวัย 34 ปี


14. สเตฟาน ลิคสไตเนอร์

ประสบความสำเร็จสูงสุดกับ ‘ไอ้ม้าลาย’ ยูเวนตุส

แข้งวัย 36 ปีรายนี้แต่เดิมวางแผนที่จะลงเล่นในฟุตบอลยูโร 2020 แต่แผนการกลับล้มไม่เป็นท่าเพราะการมาของไวรัสตัวร้ายอย่างโควิด-19 ที่เล่นงานไปทั่วโลกก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดไปในที่สุด

สโมสรสุดท้ายของเขาคือเอาก์สบวร์กในฤดูกาล 2019/20 โดยลงสนามไปทั้งหมด 20 นัดในบุนเดสลีก้าและมีส่วนช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้อย่างเฉียดฉิวด้วยการจบอันดับที่ 15

ลิคสไตเนอร์ติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ไปทั้งหมด 108 นัดและลงสนามในรายการใหญ่ ๆ มากมายทั้งยูโร 2008,2016 และฟุตบอลโลก 2010, 2014, และ 2018

ในการค้าแข้งอาชีพ เขาประสบความสำเร็จสูงสุดกับยูเวนตุสด้วยการคว้าแชมป์เซเรีย อา 7 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย, และซูเปอร์โคปปาอีก 3 สมัย

ในบั้นปลายเขาย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลในช่วงสั้น ๆ ฤดูกาล 2018/19 ก่อนจะจบอาชีพกับเอาก์สบวร์กในฤดูกาลถัดมา


15. อิเคร์ กาซิยาส

ตำนานราชันชุดขาวที่แท้จริง

หนึ่งในตำนานที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดหลังถูกโรคหัวใจเล่นงานเฉียบพลันระหว่างฝึกซ้อมกับปอร์โต้เมื่อเดือนเมษายน 2019

มือกาวรายนี้ถูกยกเป็นไอค่อนของสโมสรเรอัล มาดริดหลังค้าแข้งมาเป็นเวลากว่า 16 ปีในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว โดยคว้าแชมป์มากมายทั้งแชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยและลา ลีก้าอีก 5 สมัย

เขายังเป็นกำลังหลักของทีมชาติสเปนในการคว้าแชมป์ยูโร 2008 และ 2012 รวมถึงแชมป์โลกในปี 2010 อีกด้วย

แต่หลังจากเจ้าตัวมีปัญหากับกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้เขาต้องเก็บข้าวของไปซบปอร์โต้ในปี 2015 ก่อนจะถูกโรคหัวใจเล่นงาน

หลังจากฟื้นตัวได้ เขาตัดสินใจรับงานเบื้องหลังกับต้นสังกัดในเดือนกรกฎาคม 2019 และประกาศแขวนถึงมือในเวลาต่อมาด้วยวัย 39 ปี


16. แวงซองต์ ก็อมปานี

ประตูชัยสุดดราม่าของก็อมปานีที่ช่วยให้เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018/19 ด้วยการเฉือนลิเวอร์พูลไปเพยีงคะแนนเดียว

กองหลังระดับตำนานของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัย 34 ปีหลังย้ายไปรับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีมกับสโมสรในบ้านเกิดอย่างอันเดอร์เลชท์หลังจบฤดูกาล 2018/19

และหลังจบฤดูกาล 2019/20 เขาประกาศรับงานโค้ชเต็มตัวแทนที่ของ แฟรงกี้ แวร์เคาเตเร็น

ปราการหลังรายนี้ค้าแข้งกับเรือใบสีฟ้ามาตลอด 11 ปีพร้อมช่วยต้นสังกัดประสบความสำเร็จมากมายทั้งพรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, และลีก คัพอีก 4 สมัย

นอกจากนั้นเขายังติดทีมชาติชุดใหญ่กับเบลเยี่ยมอีก 89 นัด

เขาให้สัมภาษณ์หลังแขวนสตั๊ดว่า “ผมอยากรับบทบาทผู้จัดการทีมแบบเต็มตัว และต้องทุ่มเทกับบทบาทนี้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์

“นั่นเป็นเหตุผลที่ผมตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอล แต่ความมุ่งมั่นและความกระหายยังคงมีเหมือนเคย

“ผมอยากอยู่กับสโมสรแห่งนี้ไปอีกสี่ปีและพิสูจน์ว่าอันเดอร์เลชท์สามารถเล่นฟุตบอลแบบสมัยใหม่ได้พร้อมกับคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการ”

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

รวมสตาร์ 10 ดาราลูกหนังที่ดีลซื้อ-ขายได้ราคาดีสุดๆ

สิ่งที่อยู่คู่กับวงการลูกหนังเสมอมาก็คือเม็ดเงินมหาศาล การย้ายซื้อขายนักเตะสร้างเงินได้มากมายให้กับหลายๆ สโมสร และนี้ก็คือดีลที่ทำเงินให้กับสโมสรได้สูงสุดตลอดกาล

10. เอแด็น อาซาร์

Eden Hazard in action for Real Madrid

เอแด็น อาซาร์ อดีตเดอะแบกแห่งทัพสิงโตน้ำเงินคราม เขาตัดสินใจแยกทางกับ ลีลล์ เพื่อมาร่วมงานกับยักษ์ใหญ่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตั้งแต่ปี 2012 ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

ตลอดระยะเวลาร่วมกับสิงห์บลูส์เขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สองสมัย ยูโรป้า ลีก อีก 2 สมัย และยังเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสโมสรถึง 4 ปี ซึ่งนับว่าฟอร์มของเขาโดดเด่นมากๆ จนไปเข้าตาของ เรอัล มาดริด

อาซาร์ ตัดสินใจเดินตามความฝันร่วมกับทีมราชันชุดขาว ซึ่งทำให้ เรอัล มาดริด ต้องควักกระเป๋าจ่ายกว่า 115 ล้านยูโรเลยทีเดียว

เชลซี ทำกำไรจาก เอแด็น อาซาร์ ไป 80 ล้านยูโร

9. มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์

Matthijs De Ligt at Juventus

หากจะพูดถึงกองหลังที่มาแรงที่สุดในโลกขณะนี้นอกจาก เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็คงต้องเป็น มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ กองหลังอนาคตไกลของ ยูเวนตุส

จากเด็กปั้นจาก อาแจ็กซ์ ตั้งแต่วัย 9 ขวบ เดอ ลิกต์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดตอนอายุ 19 ก่อนจะคว้ารางวัลโกลเด้นบอยไปครองในปี 2018 และยังเป็นกองหลังคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลนี้ได้

เดอ ลิกต์ ได้กลายเป็นกองหลังที่หลายสโมสรต่างจับตามอง แต่ท้ายที่สุดเจ้าตัวตัดสินใจไปร่วมงานกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 85.5 ล้านยูโร

อาแจ็กซ์ ทำกำไรจาก มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ ไป 85.5 ล้านยูโร

8. แกเร็ธ เบล

Gareth Bale

แม้ว่าปัจจุบัน แกเร็ธ เบล นั้นแทบจะไม่ได้ลงสนามและมีข่าวไม่กินเส้นกับต้นสังกัดสักเท่าไหร่ แต่ย้อนไปในอดีตเขาคือหนึ่งดาวเตะที่หลายคนยอมรับ

แรกเริ่มเดิมที เบล คือผู้เล่นแบ็คซ้ายที่ สเปอร์ส ซื้อตัวมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยราคา 14.7 ล้านยูโร ก่อนที่จะขยับมาเล่นปีกและสร้างผลงานจนเตะตาจนสโมสรดังทั่วโลกต่างให้ความสนใจ

และแน่นอนสโมสรที่ได้เขาไปก็คือ เรอัล มาดริด ซึ่งตอนนั้นทีมราชันชุดขาวยอมจ่ายถึง 101 ล้านยูโร

สเปอร์ส ทำกำไรจาก แกเร็ธ เบล ไป 86.3 ล้านยูโร

7. เนย์มาร์

Neymar Jr.

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผู้เล่นระดับ เนย์มาร์ จึงอยู่แค่อันดับที่ 7 ในลิสต์นี้ แต่นี่เรากำลังจะพูดถึงตอนที่เขาย้ายไปร่วมงานกับ บาร์เซโลน่า

ย้อนไปในช่วงที่ เนย์มาร์ ในวัยเยาว์ เขาคือเด็กมากความสามารถของ ซานโตส เขาโชว์ฟอร์มได้เร้าร้อนจนเป็นที่สนใจของ บาร์เซโลน่า และถูกสโมสรคว้าตัวไปร่วมงานด้วยค่าตัวสูงถึง 88 ล้านยูโร เมื่อปี 2013 และด้วยสโมสร ซานโตส เซ็นสัญญาเขาร่วมงานตั้งแต่เด็กเมื่อปี 2003 ทำให้กำไรทั้งหมดตกเป็นของสโมสร

ซานโตส ทำกำไรจาก เนย์มาร์ ไป 88 ล้านยูโร

6. ปอล ป็อกบา

Paul Pogba

หนึ่งในความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการเสีย ปอล ป็อกบา ให้กับ ยูเวนตุส ไปฟรีๆ เมื่อปี 2012

ป็อกบา เริ่มโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น เด่นซะจนทีมปีศาจแดงเริ่มเสียดายและต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวเขากลับสโมสร

จากของฟรีที่ ยูเวนตุส เซ็นสัญญาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย แมนยูไนเต็ด ต้องทุ่มเงินกว่า 105 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวแข้งรายนี้

ยูเวนตุส ทำกำไรจาก ปอล ป็อกบา ไป 105 ล้านยูโร

5. อุสมาน เดมเบเล่

Ousmane Dembele

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทุ่มเงินคว้าปีกอนาคตไกล อุสมาน เดมเบเล่ จาก แรนส์ สโมสรจากลีกเอิง ด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านยูโร

ด้วยทักษะที่ไม่ธรรมดาของแข้งรายนี้ เขาเล่นได้อย่างดีทั้งสองเท้าเรื่องความคล่องตัวและความเร็วของเขาจัดว่าเป็นอันดับต้นๆ จนสโมสรยักษ์ใหญ่เริ่มสนใจในตัวเขา

บาร์เซโลน่า ยอมทุ่มเงินกว่า 138 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวแข้งรายนี้ร่วมทีม แม้ว่าจะดูเหมือนไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเท่าไหร่ แต่สำหรับ ดอร์ทมุนด์ แล้ว เดมเบเล่ จัดว่าเป็นบ่อเงินบ่อทองสำหรับพวกเขาเลยทีเดียว

ดอร์ทมุนด์ ทำกำไรจาก อุสมาน เดมเบเล่ ไป 123 ล้านยูโร

4. ชูเอา เฟลิกซ์

Joao Felix

หนึ่งในเด็กปั้นที่เด็ดดวงที่สุดของ เบนฟิก้า ชูเอา เฟลิกซ์ แข้งที่ถูกตั้งความหวังให้เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คนใหม่ของโปรตุเกส

เฟลิกซ์ ในวัย 19 เขาทำไป 18 ประตูกับอีก 8 แอสซิส ให้กับ เบนฟิก้า ตอนปี 2018 ก่อนที่ แอตเลติโก มาดริด จะยอมทุ่มเงินมหาศาลถึง 126 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวไปร่วมทีมตอนปี 2019

เบนฟิก้า ได้กำไรจาก ชูเอา เฟลิกซ์ ไป 126 ล้านยูโร

3. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

Philippe Coutinho is currently on loan at Bayern Munich

อีกหนึ่งผู้เล่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์บราซิเลียนที่ยังหาบทสรุปของอนาคตตัวเองไม่ได้ในปัจจุบัน

หลายคนคงจำได้ดีโดยเฉพาะแฟนหงส์แดงว่าครั้งหนึ่งเขาคือผู้เล่นมากความสามารถประจำทีม แต่เขาก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมการ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวสูงถึง 145 ล้านยูโร

การย้ายไปร่วมงานกับทีมต่างดาวไม่ใช่การตัดสินใจที่นักเพราะเขาทำผลงานไม่เป็นไปตามความคาดหวังจนต้องถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งานในปัจจุบัน

ลิเวอร์พูล ทำกำไรจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไป 132 ล้านยูโร

2. เนย์มาร์

Neymar Jr.

ต้องยอมรับจริงๆ ว่า เนย์มาร์ คือผู้เล่นตัวทำเงินที่แท้จริง เพราะตั้งแต่ที่เขาย้ายจาก ซานโตส เขาก็ทำกำไรให้กับสโมสรสูงถึง 88 ล้านยูโร การย้ายทีมของเขาอีกครั้งก็ยังทำเงินให้กับสโมสรอีกเช่นกัน

การซื้อตัว เนย์มาร์ จาก บาร์เซโลน่า ในช่วงกำลังร้อนแรงนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะแน่นอนต้นสังกัดไม่มีปล่อยแข้งรายนี้ไปง่ายๆ แน่นอน แต่ด้วยกำลังเงินของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มันก็เป็นไปได้ พวกเขายอมทุ่มเงินสูงถึง 222 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว เนย์มาร์ ไปร่วมทีม

บาร์เซโลน่า ได้กำไรจาก เนย์มาร์ ไป 133 ล้านยูโร

1. คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้

The next big thing

หลังจากที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สร้างความตะลึงให้กับคนทั้งโลกด้วยการคว้าตัว เนย์มาร์ มาร่วมทีมด้วยเงินมหาศาล พวกเขาก็จัดต่อด้วยการปิดดีล คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้

หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นร่วมกับ โมนาโก โดยการพาทีมคว้าแชมป์เมื่อปี 2016 ปารีส แชงต์ แชร์กแมง ก็จัดการขอยืมตัวมาใช้งานพร้อมกับข้อตกลงในการซื้อขาดด้วยค่าตัว 135 ล้านยูโร ก่อนที่พวกเขาจะปิดดีลในฤดูกาลต่อมา

โมนาโก ได้กำไรจาก คีลิยัน เอ็มบั้ปเป้ ไป 135 ล้านยูโร

เรียบเรียง :
อ่านรายละเอียดต่อ :
คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนปอยเปตโรงแรมสุดหรูซึ่งมี มาตรฐานไม่ต่างกับคาสิโนชั้นนำในต่างประเทศ เล่นผ่านเว็บไซต์ ไม่ต้องติดตั้ง ระบบการเล่นค่อนข้างดีและเสถียรสูง เกมส์ที่เป็นกระแสมาแรง gclub
รูเล็ตออนไลน์ คือเกมส์พนันออนไลน์ อีกประเภท ที่ได้รับความนิยม รองมาจาก บาคาร่าออนไลน์ โดย เริ่มต้นมีต้นกำเนิดจากในยุโรป แล้วเข้ามาแพร่หลาย ในประเทศต่างๆทั่วโลก น้ำเต้าปูปลา
สล็อตออนไลน์ Slot Online เป็นเกมส์ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีภาพ เสียง ระบบที่สวยงาม ทันสมัย
ให้คุณปั่นสล็อตได้ที่บ้านแต่บรรยากาศเหมือนอยู่ที่สล็อตคาสิโนจริงๆมีให้เลือกเล่นมากถึง1000เกมส์จากหลากหลายค่ายดัง gclubslot goldenslot ปั่นสล็อต
>>ทางเข้าทดลองเล่นเกมส์<<

ทางเข้าจีคลับคาสิโนมือถือจีคลับผ่านเว็บโปรแกรมจีคลับคาสิโนมือถือสล็อตมือถือบาคาร่ามือถือ

holidaypp 063-1322218
line holiday
change_history